หน้าแรก เศรษฐกิจ ธ.สแตนดาร์ดชา...

ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมองโอกาสปี’62 ไทยได้ปรับเรทติ้งประเทศเป็น A หลังเลือกตั้ง-เศรษฐกิจแกร่ง

30.10.18 | 18:24 น.

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ประจำ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารประเมินว่ามีโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับการปรับขึ้นอันดับความน่าเชื่อถือ(เรทติ้ง) ของประเทศหลังจากการเลือกตั้ง จากปัจจัยความชัดเจนทางการเมือง รวมทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของประเทศไทย เชื่อว่าน่าจะได้เรทติ้งมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ฟิทช์ เรทติ้ง และเอสแอนด์พี จัดอยู่ที่ BBB+ ซึ่งอาจจะได้รับการปรับเรทติ้งไป A- หรืออาจจะถึงดีถึงระดับ A ที่เป็นเรทติ้งของประเทศไทยก่อนช่วงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 และจะทำให้มีเงินทุนไหลกลับเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ทั้งในตลาดหุ้น และพันธบัตร

“ถ้าประเทศไทยได้รับการปรับเรทติ้งในแง่เศรษฐกิจโดยรวมอาจจะไม่ได้มีผลมาก เพราะเป็นเรื่องการมองไปข้างหลังหลังจากที่มีการเลือกตั้ง การลงทุนภาครัฐเกิดขึ้น แต่จะเห็นผลในแง่เงินทุนต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศ เพราะที่ผ่านมาต่างชาติมีการขายหุ้นตลอดและไม่มีตัวเร่งเงินมาที่เข้ามาในตลาดหุ้นและสินทรัพย์ของคนไทย แต่ยังต้องติดตาม หลังเลือกตั้งว่าจะมีสตอรี่ขับเคลื่อนใหม่ ๆ เข้ามาหรือไม่ เพราะนักลงทุนต้องการมองอนาคตโดยหนึ่งในโอกาส คือ การยกระดับประเทศไทย 4.0 และยกระดับการพัฒนานวัตกรรม” นายทิม กล่าว 

นายทิม กล่าวว่า ช่วงที่เหลือ 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะเห็นพรรคการเมืองเริ่มมีกิจกรรมทางการเมืองชัดเจนขึ้น ทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ รวมทั้งพรรคที่ซัพพอร์ตรัฐบาล ธนาคารคาดว่า เดือนพฤศจิกายนจะมีการประกาศวันเลือกตั้ง คาดว่าจะอยู่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนธันวาคมจะมีการหาเสียง ซึ่งการเลือกตั้งและการหาเสียงเงินจะทำให้เม็ดเงินลงไปสู่ชนบทมากขึ้น ทำให้การจับจ่ายใช้สอยคึกคักในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงช่วงต้นปี 2562 อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการเลือกตั้งผ่านไปได้อย่างสงบ รัฐบาลที่เข้ามาสามารถเดินหน้าโครงการลงทุนได้ต่อเนื่อง เชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่ทำให้โครงการลงทุนต่าง ๆ ของภาครัฐสะดุด เพราะการเลือกตั้ง สส. เขต และสส.ปาร์ตี้ลิตส์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าใครจะได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี แผนงานจะยังต่อเนื่อง เพราะจะมี สว. ที่ตั้งขึ้นโดย คสช. มอนิเตอร์ติดตามให้รัฐบาลดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของไทย