นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยความคืบหน้าในการตรวจสอบความเสียหาย กรณีที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ทิ้งใบอนุญาตชนะประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ล่าสุด คณะทำงานตรวจสอบความเสียหาย แจส ที่มี นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เป็นประธาน ได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีก 1 เดือน หรือสิ้นสุดระยะการพิจารณาเป็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 โดยให้เหตุผลว่าการพิจารณาความเสียหายระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา คณะทำงานติดขัดอุปสรรคหลายด้าย เช่น ต้องใช้ความรอบคอบในการพิจารณาข้อกฎหมาย หยุดช่วงเทศกาลยาว และผู้ที่ต้องให้การชี้แจงเพิ่ม คือ ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารอินดัสเทรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า(ไอซีบีซี) ขอเลื่อนเวลาชี้แจงออกไปหลายครั้ง
“คณะทำงานฯได้เชิญ ไอซีบีซี มาชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนธนาคารกรุงเทพ ได้ส่งเอกสารชี้แจงเข้ามาแล้วเช่นกันและธนาคารกรุงเทพแจ้งมาว่าจากนี้จะชี้แจงผ่านทางเอกสารเท่านั้น ทั้งนี้จากการตรวจสอบเอกสารของธนาคารกรุงเทพ และการชี้แจงของไอซีบีซีเพิ่มเติม ทางคณะทำงานได้ให้ความเห็นว่าจะต้องมีการขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพิ่ม อีกจาก ธนาคารกรุงเทพ และไอซีบีซี ”
นายฐากร กล่าวว่า กรณีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย(ทีวีพูล) ยื่นเรื่องขอให้ กสทช. ช่วยสนับสนุนเงินจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กองทุน กทปส.) ในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิก 2016 ล่าสุด กสทช. อยู่ระหว่างเตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้น ขัดวัตถุประสงค์ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน กทปส. หรือไม่ ซึ่งหากเข้าข่ายสามารถได้รับเงินสนับสนุน จึงจะมีการส่งเรื่องให้ บอร์ด กทปส. พิจารณาต่อไป
นายฐากร กล่าวว่า จากกรณีสำนักงาน กสทช.ส่งหนังสือแจ้งไปยังธนาคารกรุงเทพ ขอให้ธนาคารกรุงเทพชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลจำนวน 1,748 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 ภายใน 7 วัน ในฐานะที่ธนาคารกรุงเทพ เป็นผู้ออกหนังสือค้ำประกันทางการเงิน(แบงก์การันตี) ให้แก่ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่โดนเพิกถอนใบอนุญาตทีวีตอล ในช่องไทยทีวี และเอ็มวีทีวีแฟมิลี จากการที่ไม่ชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลในงวดที่3 นั้น ล่าสุด ธนาคารกรุงเทพได้แจ้งมายัง กสทช. เป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ว่า ยินดีจะชำระเงินจำนวนดังกล่าว แทน บริษัท ไทยทีวี แต่ขอรอฟังคำสั่งศาลปกครองกลางก่อน ว่าจะมีการคุ้มครองการชำระเงินแทนหรือไม่ หากชัดเจนแล้วว่าศาลปกครองกลางไม่มีคำสั่งคุ้มครอง ทางธนาคารกรุงเทพ จะดำเนินการชำระเงินให้แก่ กสทช. ทันที ทั้งนี้ ทางธนาคารกรุงเทพแจ้งด้วยว่า ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง บริษัท ไทยทีวี แล้วเช่นกันว่า จะชำระเงินในส่วนดังกล่าวแทน บริษัท ไทยทีวี

