นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด กล่าวในงานเสวนา “สู้ภัยแล้ง กู้เกษตร กู้เศรษฐกิจ” ซึ่งสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจัดขึ้นว่า ผลการตรวจวัดน้ำทะเลเมื่อเดือนเมษายน 2558 จะเห็นว่าข้อมูล ณ วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา พบว่ามีน้ำที่ใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยารวม 1,840 ล้านลบ.ม. ลดลงจากปีที่แล้ว 56% ที่มีน้ำใช้การอยู่ที่ 3,942 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งต้องบริหารจัดการให้มีน้ำใช้เพื่ออุปโภคบริโภคไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ในขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าฝนจะเริ่มตกตามฤดูปกติในเดือนมิถุนายน แต่ฝนจะทิ้งช่วงในเดือนกรกฎาคม จึงมีความกังวลว่าจะมีน้ำใช้เพียงพอจริงๆ หรือไม่ และจากผลพยากรณ์พบว่า ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมปีนี้ฝนจะตกหนัก ตามปรากฏการณ์ธรรมชาติคือ เมื่อหมดช่วงของปรากฏการณ์เอลนิลโญ่จะเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานิลญ่า คาดว่าอาจจะมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ อาทิ พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ขวางทางน้ำ แต่จะไม่ท่วมหนักเช่นปี 2554
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2559 นี้ไม่ค่อยแข็งแรงนัก ปัจจัยภัยแล้งซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ ก็ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีค้าขายไม่ดีไปด้วย ปัจจัยภัยแล้งจึงส่งผลต่อตัวเลขในระบบเศรษฐกิจพอสมควร

