หน้าแรก เศรษฐกิจ กนอ.เรียกอินโ...

กนอ.เรียกอินโดรามาแจงไฟไหม้รง.เพิ่มมาตรการหวั่นซ้ำ

7.11.18 | 08:59 น.

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ท่อระบายอากาศของสายการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น (Fiber Line 2) ของ บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบกิจการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ชนิดต่างๆ เช่น Polyester Staple Fiber,Polyester Conjugate Hollow Feber,POY,DTY,FOY และPolyester Chip ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัด ระยอง กนอ.จึงได้เชิญบริษัทดังกล่าวเข้าชี้แจงถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ รวมทั้งร่วมหารือแนวทางมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยสาเหตุพบว่าเกิดจากการเจาะและเชื่อมแก๊สอาร์กอนที่ท่อระบายอากาศขณะที่มีไอน้ำตกค้างอยู่ในท่อระบายอากาศ จึงทำให้เกิดเพลิงไหม้บริเวณดังกล่าว และเกิดกลุ่มควันดำระบายออกมาที่ปลายปล่อง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่มีผู้ปฏิบัติงานได้รับบาดเจ็บและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กนอ.ได้อาศัยตามมาตรา 37 พระราชบัญญัติโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ.2535 ให้บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้
1.ให้ระงับและหยุดกิจกรรมกระบวนการผลิตสายการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น (Fiber Line 2) ทันที
2.ให้ตรวจสอบวิเคราะห์หาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด พร้อมทั้งแก้ไขและปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงาน รวมถึงจัดทำมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
3.ให้รวบรวมน้ำทิ้งที่เกิดจากการดับเพลิง และนำไปบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของบริษัทต่อไป
4.ให้ทบทวนและจัดซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของโรงงานในกรณีการเกิดเหตุฉุกเฉินและเหตุผิดปกติภายในโรงงาน โดยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและเหตุผิดปกติจะต้องแจ้งศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC)


อย่างไรก็ตาม บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จและต้องแจ้งให้ กนอ.ทราบ ภายในระยะเวลา 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งพร้อมรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้กับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (สนพ.) ทราบ และจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าโรงงานจะดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม กนอ.ในฐานะเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศได้ตระหนักและเตรียมพร้อมในมาตรการป้องกันและแผนปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินที่พร้อมตรวจสอบความปลอดภัยภายในโรงงานอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง