เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงปัญหาราคาปาล์มตกต่ำในเวลานี้ว่า ที่ผ่านมาภาครัฐพยามผลักดันให้เกษตรกรนำพืชผลหลายชนิดไปเพาะปลูกในไร่ แต่ผลผลิตนั้นกลับไม่ออกตามฤดูกาล บ้างผลผลิตราคาตกต่ำ จนทำให้เกษตรกรนั้นเดือดร้อนกู้หนี้ยืมสินมาประทีงชีวิต จนสุดท้ายทางรัฐบาลต้องมาชดเชย โดยสมัยตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อ 12 ปีที่แล้วจึงนำต้นปาล์มมาปลูกไว้ 20 ไร่ และเป็นที่แรกของภาคเหนือซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จ ผลผลิตนั้นถือว่าดี แต่เมื่อถึงระยะเวลานี้เกิดมีราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมล่ะ 2-3 บาท ทำให้อยู่ในสภาวะขาดทุน แนวทางการแก้ไขอีกว่า รัฐบาลต้องคำนวนการวางแผนว่าจะใช้น้ำมันปาล์มเท่าไหร่ต่อปี เวลานี้ น้ำมันดีเซลผสมน้ำมันปาล์มอยู่ที่ 7% หรือ บี 7 แต่หากรัฐบาลจะผลักดันให้เป็น บี10 ก็จะทำให้ใช้น้ำมันปาล์มมากขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับที่ผลิตรถยนต์ว่าเขาจะรับได้มากขนาดไหน ทุกอย่างอยู่ที่การบริหารจัดการและวางแผน
“ประเทศเรามีความแข็งแกร่งด้านเกษตร ถ้าเราวางแผนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นสินค้าเกษตรจะไม่ตกต่ำ ต้องใช้เศรษฐศาสตร์การเมืองอย่าไปเน้นรัฐศาสตร์การเมืองอย่างเดียว ต้องสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรด้วยการวางแผนการปลูกและปริมาณที่จะได้ ดังนั้นเวลานี้เราต้องหาทางช่วยเกษตรกรที่เดือดร้อนเพราะเมื่อปลูกไปแล้วเกษตรกรไม่สามารถที่ตัดทิ้งได้ ราคาที่จะทำให้ผู้ปลูกปาล์มอยู่ได้นั้นผมมองว่า 5 บาทก็เพียงพอต่อการอยู่รอด ดังนั้นรัฐบาลเวลานี้ควรหาทางช่วยเกษตรกรอย่างเร่งด่วน”นายสมศักดิ์ กล่าว

