นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐในสัปดาหืที่ผ่านมา ชัดเจนแล้วว่าพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่างหรือสภาผู้แทรราษฎร ส่วนพรรครีพับลิกันยังสามารถครองเสียงในวุฒิสภาได้ สถานการณ์เช่นนี้ทางฝ่ายวิจัยเคจีไอประเมินว่าน่าจะเป็นผลดีกับตลาดหุ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐมีท่าทางแข็งกร้าวต่อสงครามการค้าและความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพราะฉะนั้นเมื่อสภาล่างมาคานอำนาจ จะทำให้ภาพรวมดูดีขึ้น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะมีท่าทีประนอมกันมากขึ้น ซึ่งประเมินว่าจะมีการเจรจาก่อนการประชุมจี 20 ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้
นายรักพงศ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเมืองในประเทศ มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นตามลำดับ เพราะว่าในแง่ไทม์ไลน์หลัก รัฐบาลมีความพยายามจัดการเลือกตั้งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2562 และนอกจากเรื่องนี้แล้ว การรายงายผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/2561 ก็เป็นไฮไลท์สำคัญที่มีผลกับตลาด โดยในสัปดาห์สุดท้ายของรายงานผลประกอบการนี้ จะเป็นสัปดาห์ที่บริษัทจดทะเบียนจะรายงานผลประกอบการออกมามากที่สุด ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินจากบริษัทจดทะเบียนที่รายงานผลประกอบการไปแล้วประมาณ 40% ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าผลประกอบการเติบโตประมาณ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ประเมิน
“มองตลาดหุ้นสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในเชิงบวก ทั้งจากปัจจัยการเลือกตั้งสหรัฐ ความชัดเจนเรื่องเลือกตั้งภายในประเทศ และการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 จึงมองเป้าหมายดัชนีหุ้นอยู่ที่ 1,700-1,715 จุด จึงแนะนำให้นักลงทุนเข้าเก็งกำไรในหุ้นที่มีธีมน่าสนใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหุ้นที่เชื่อมโยงการเลือกตั้ง และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความคึกคักของเศรษฐกิจในช่วงปลายปี” นายรักพงศ์กล่าว
ส่วนจะเป็นหุ้นเด่นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

