คิดเห็นแชร์ : ตลาดหุ้นไทย ผันผวนส่งท้ายปี

ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนต่อเนื่อง ผมประเมินว่า Valuation ของ SET index ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ “ไม่ถูก” มากนัก ซ้ำร้ายราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพักฐานแรงยิ่งเป็นการซ้ำเติมโอกาสในการปรับประมาณการ EPS ของ SET index ลง เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีน้ำหนักมากในดัชนี SET index มีความเสี่ยงที่จะมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันหากราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวไม่ทันในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ แต่ในวิกฤตยังมีโอกาส ผมประเมินว่าแม้ดัชนี SET index ในภาพรวมจะผันผวนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่ยังมีหุ้นกลุ่มอื่นๆ บางกลุ่มที่อาจได้อานิสงส์จากต้นทุนพลังงานที่ปรับลง ดังนั้น ผมยังคงประเมินมุมมองเดิมที่มีต่อดัชนี SET index ว่าจะยังผันผวนต่ออีกสักระยะ และจำเป็นต้องเลือก “ซื้อลงทุน” หรือ “เก็งกำไร” หุ้นเป็นรายตัว

ก่อนจะวิเคราะห์แนวโน้มดัชนี SET index และหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุน ผมขอสรุปผลการดำเนินงาน 3Q61 ของบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่งรายงานไปในสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนนะครับ ดังนี้

1.ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนรอบ 9 เดือนของปี 2561 เติบโต 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ซึ่ง Consensus ทำการคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนปี 2561 จะเติบโตราว 8.5% ดังนั้น ภาพรวมช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยังถือว่าทำผลงานได้ตามคาด ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ผลการดำเนินงานรวมทั้งปีเป็นไปตามคาดหรือต่ำกว่าคาด เชื่อว่าจะอยู่ที่ราคาน้ำมันดิบ ภาคการส่งออก และการท่องเที่ยว ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ทันช่วงโค้งสุดท้ายของปีหรือไม่

2.กลุ่มอุตสาหกรรมที่ผลการดำเนินงาน 3Q61 ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว อาทิ ขนส่ง สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เราประเมินเบื้องต้นว่ามีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้ใน 4Q61 ได้แก่ กลุ่มขนส่ง (คาดว่าราคาน้ำมันที่ลดลง จะทำให้ต้นทุนหลักในการขนส่งลดลงได้) และกลุ่มสื่อสาร (เข้าสู่ช่วง High season) สำหรับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่าการเร่งปิดการขายในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อสะสมยอดขายก่อนที่มาตรการสกัดฟองสบู่ในภาคอสังหาฯ หรือ LTV จะเริ่มบังคับใช้ อาจทำให้
ผลการดำเนินงานเร่งตัวขึ้นในระยะสั้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงในระยะยาว

3.กลุ่มอุตสาหกรรมที่ผลการดำเนินงาน 3Q61 เติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว อาทิ กลุ่มสินค้าเกษตร กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงพยาบาล และชิ้นส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับหุ้นกลุ่มที่ผมคาดการณ์เบื้องต้นว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q61 จะเติบโตต่อเนื่องได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (เริ่มรับรู้รายได้การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ), กลุ่มสถาบันการเงิน (เติบโตตามภาวะเศรษฐกิจ), และกลุ่มค้าปลีก (เติบโตตามการบริโภคในประเทศ) ส่วนหุ้นกลุ่มที่นักลงทุนต้องระมัดระวังการชะลอตัวลงของแนวโน้มผลการดำเนินงาน ได้แก่ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง)

แนวโน้มดัชนี SET index ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2561 ผมประเมินว่ายังคงต้องเผชิญความผันผวนต่อเนื่อง ทั้งจาก 1) Valuation ของดัชนีที่ “ไม่ถูก” เป็นผลจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ที่เร่งตัวขึ้นไม่ทันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (แม้ว่าที่ประชุม กนง.ล่าสุดจะยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ตาม แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ต้นปีสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแล้ว 1-2 ครั้ง) และ Cyclical Adjusted PE ที่อยู่ในระดับสูงกว่าในอดีต (นักลงทุนอาจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์ “Quantamental” ที่ฝ่ายวิจัยฯ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เผยแพร่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา) 2) ความเสี่ยงที่ Consensus จะปรับประมาณการกำไรปี 2561-2562 ลง ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงแรง, ความเสี่ยงจากภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่อาจชะลอตัวลงมากกว่าคาด และ 3) มุมมองด้าน Technical ของ SET index เองที่มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ขาลง


อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งที่มีความชัดเจน การลงทุนภาครัฐ การพักฐานของราคาน้ำมันดิบ จะทำให้หุ้นบางกลุ่มมีโอกาสที่จะ Outperform หรือโดดเด่นกว่า SET index ได้ ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ อาจได้แก่ 1) หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รับอานิสงส์จากการประมูลงานภาครัฐฯขนาดใหญ่ 2) หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมฯที่น่าจะยังเกาะกระแสโครงการ EEC และการเลือกตั้งมีความชัดเจน 3) หุ้นกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่พักฐานแรง เช่น หุ้นกลุ่มขนส่ง สายการบิน และหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก และ 4) หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดจะได้อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่จะเป็นขาขึ้น

ปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้ากรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน, ตัวเลข GDP ไทยที่จะรายงานในวันที่ 19 พฤศจิกายน และความคืบหน้าเรื่องการกำหนดกรอบเวลาการเลือกตั้งของไทย

… สำหรับครั้งถัดไปในคอลัมน์ “คิด เห็น แชร์” น่าจะเป็นช่วงปลายปี 2561 แล้ว ผมจะนำเสนอมุมมองการลงทุนของ ฝ่ายวิจัยฯ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) สำหรับปี 2562

 

สุโชติ ถิรวรรณรัตน์
KGI

บทความก่อนหน้านี้‘โปรสายป่าน’ ดีสุดสาวไทย ที่ 6 ซีเอ็มอี กรุ๊ปทัวร์ รอบสอง ‘โปรเม’ รับรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยม
บทความถัดไป“เจดับเบิ้ลยูดี”ประเมินธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยปีนี้มีมูลค่ากว่า 3 ล้านลบ. เตรียมผนึกกำลัง CJ Logistics ขยายฐานลูกค้า