นางสาวดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยในงานเสวนาในหัวข้อ “โฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า : ทำอย่างไรจะไปให้ถึงเป้าหมาย”ที่หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก)มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดโดยคณะกรรมการจัดงานมหกรรมโฉนดชุมชน ว่า ภาคประชาชนเสนอให้เกิดการเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า เนื่องจากคาดว่าจะสามารถส่งผลให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินได้ โดยเฉพาะการกักตุนที่ดินเอาไว้แบบที่ไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ และกว้านซื้อที่ดินกักตุนไว้เพื่อจำหน่ายเชิงธุรกิจหวังมูลค่าที่ดินจะปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งการเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าจะทำให้คนตระหนักว่าต้องการซื้อที่ดินไปเพื่ออะไร สำหรับข้อเสนอภาคประชาชนเสนอมานั้นเป็นการเก็บภาษีในลักษณะที่หากมีการถือครองที่ดินในระดับที่เหมาะสมก็ไม่ต้องเสียภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า อาทิ มีที่ดินในครอบครองไม่เกิน 50 ไร่ โดยจากข้อมูลที่ได้วิจัยมาพบว่า ภาพรวมในการถือครองที่ดินทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมจะมีการถือครองที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ โดยในร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าที่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ได้เสนอไว้ว่า ผู้ที่มีการถือครองที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ ไม่ต้องเสียภาษีอัตราก้าวหน้า ส่วนผู้ที่ถือครองมากกว่า 50 ไร่ ต้องเสียภาษีอัตราก้าวหน้า ในลักษณะที่มีมากก็เสียมาก แต่ไม่ได้เป็นการจำกัดการถือครอง
“เรื่องภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก และจากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่า ชนชั้นใดเป็นผู้ออกกฎ ชนชั้นนั้นจะเป็นผู้ได้ผลประโยชน์ ทำให้ต้องมีการผลักดันให้ทุกคนตระหนักในปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดการสร้างกฎใหม่ ซึ่งกฎหมายภาษีที่มีอยู่ มักเป็นเรื่องของการผลักภาระให้กับประชาชน โดยที่คนในชนชั้นกลางขึ้นไปไม่รวมรับภาระนั้นด้วย” นางสาวดวงมณี กล่าว

