เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกษ.กับภาคเอกชนแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำว่า ตามที่ราคาไข่ไก่ยังไม่มีเสถียรภาพ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ยังคงร้องเรียนให้ตนเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง นั้น เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผานมา ได้ส่งนายสุวิทย์ คำดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กษ.ไปร่วมกับนสพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เชิญผู้เกี่ยวข้องมาขอความร่วมมือแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ หารือที่ห้องประชุม กรมปศุสัตว์ ซึ่งมีผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่จำนวน 16 บริษัท ได้ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากผลผลิตไข่ยังออกมาปริมาณมากเกินความต้องการของตลาด จึงได้มีมติในการแก้ไขปัญหาราคาไข่ไกตกต่ำเร่งด่วน 3 มาตรการเพื่อปรับลดปริมาณการผลิตไข่ ดังนี้
1. ปลดแม่ไก่ไข่ยืนกรง จำนวน 1 ล้านตัว ภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งมีบริษัทให้ความร่วมมือ 15 บริษัท
2. ส่งออกไข่ไก่ 60 ล้านฟองภายใน 1 เดือน ซึ่งมีบริษัทให้ความร่วมมือ 13 บริษัท(ซีพี 40 ล้านฟอง /เบทาโกร 10 ล้านฟอง อื่นๆ 10 ล้านฟอง)
3.ปลดพ่อ แม่ พันธุ์ไก่ไข่ (ps)อายุ 25-60สัปดาห์ จำนวน 1 แสน ตัว ภายใน 1 สัปดาห์ซึ่งมีบริษัทให้ ความร่วมมือ 16 บริษัท
ทั้งนี้ จะมอบหมาย เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ติดตาม ตรวจสอบให้บริษัทดำเนินการตามมติดังนี้
1. ติดตามการปลดแม่ไก่ยืนกรง /ไก่ไข่พ่อ แม่พันธ์ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ อย่างช้าต้องไม่เกินสิ้นเดือนพฤศจิกายน
2. ติดตามการส่งออกไข่ไก่ทุกสัปดาห์
3. ติดตาม ตรวจสอบห้องเย็น เก็บไข่ไก่รอการส่งออก/ห้ามนำไข่ไก่ 60 ล้านฟองมาจำหน่ายตลาดภายในประเทศ ซึ่งการดำเนินการตามมาตรการข้างต้นคาดว่าจะสามารถทำให้ราคาไข่ไก่ขนาดกลางหรือไข่ไก่ขนาดคละหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้นฟองละ 2.6 บาท ซึ่งราคาที่เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นไมขาดทุน
ปัจจุบันราคาปัจจุบันไข่ไก่ขนาดคละอยู่ที่ฟองละ 2.4 บาท

