ตม.-ทอท.-แอตต้า เปิดโครงการ’E-VOA’ออนไลน์ให้นักท่องเที่ยวมาไทยครั้งแรก

21.11.18 | 13:46 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน บริเวณห้องปฏิบัติการธุรการ ฝ่ายตรวจลงตรา อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 (ห้องสมิติเวชเดิม) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รรท.รองผบช.สตม. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม. พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 พ.ต.กมล วงศ์สมบุญ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และนายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) ร่วมกันเปิดโครงการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ยื่นขอรับการตรวจลงตราวีซ่าออนอะไรวัล (VISA ON ARRIVAL) (e-Visa on Arrival หรือ E-VOA ) ซึ่งเป็นบริการใหม่รับทำ VOA ออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย ครั้งแรกในประเทศไทย


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และมีการประชาสัมพันธ์ตลาดการท่องเที่ยวผ่านสื่อในประเทศและต่างประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลัก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงมุ่งเน้นการปรับปรุงด้านบริการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย จึงเกิดเป็นการบริการใหม่ ขึ้นคือ “โครงการบริการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-VOA”

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้E-VOA เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวในยุคดิจิตอล ภายใต้แนวคิด “Fast & Convenient for Entering to Thailand”ทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว ในการผ่านเข้าประเทศไทย คือ สะดวก ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย และอุ่นใจ โดยโครงการนี้จะมีประโยชน์ในการลดความแออัดในการรอคิวของนักท่องเที่ยว ช่วยลดการใช้เอกสาร สะดวกในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมออนไลน์ จากเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลาในการกรอกเอกสาร การยื่นเอกสาร และรอการอนุมัติเข้าเมือง ณ ช่องทางตรวจคนเข้าเมือง 1 – 2 ชั่วโมง จะเหลือระยะเวลาไม่เกิน 1 นาที ซึ่งจะเป็นการสร้างความประทับใจกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ด่านแรกที่เข้าประเทศไทย เพื่อให้บริการบริการสะดวกครอบคลุม สตม.ได้จัดเคาน์เตอร์นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ E-VOA จำนวน 5 แห่ง ตั้งแต่ 15 พ.ย.2561 นำร่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานกรุงเทพ ตามด้วยท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการคัดกรองและตรวจเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็คทรอนิกส์ หรือ E-Visa On Arrival ผ่านเว็บไซต์ www.evisathailand.com โดยนักท่องเที่ยวจาก 20 ประเทศ และ 1 เขตเศรษฐกิจไต้หวัน สามารถใช้บริการ Visa On Arrival ผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ โดยปัจจุบัน การขอ Visa on Arrival มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ ดอนเมือง มีนักท่องเที่ยวยื่นขอ Visa on Arrival ที่เคาน์เตอร์เฉลี่ย 6,000-7,000 คนต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยว จึงส่งผลให้เกิดความแออัดและความล่าช้าในการให้บริการตรวจคนเข้าเมือง ดังนั้น บริการ E-Visa On Arrival จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ในการเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ให้แก่นักท่องเที่ยว เพียงกรอกข้อมูลและแนบเอกสารตามเงื่อนไขผ่านระบบออนไลน์ให้ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เมื่อผู้ใช้บริการเดินทางมาถึงประเทศไทย จึงไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลซ้ำ และสามารถนำพาสสปอร์ตมาแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีช่องทางพิเศษสำหรับ E-VOA โดยเฉพาะ

Advertisement

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น สามารถยื่นขอ VOA ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนโดยไม่เสียเวลาเดินทาง สามารถขอ VOA ได้ล่วงหน้า 30 วัน หรือไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ที่สำคัญลดระยะเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ สนามบินปลายทางด้วย อีกทั้งยังง่ายต่อการใช้บริการ ด้วยบริการระบบออนไลน์ ตั้งแต่กรอกข้อมูล ชำระเงิน และได้รับการตรวจข้อมูลเอกสารเบื้องต้น ทำให้ย่นระยะเวลาในการดำเนินการ จึงมั่นใจได้ เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ ที่พร้อมให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สตม.ได้เปิดให้ช่องให้บริการ E-VOA แล้ว ที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. และที่สนามบินภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา และลำดับถัดไปจะเปิดให้บริการที่สนามบินเชียงใหม่ วันที่ 26 พ.ย 61 และที่สนามบินกระบี่ ในเร็วๆนี้ การพัฒนาคุณภาพบริการและการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล เป็นสิ่งที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยึดมั่นเป็นหลักในการปฎิบัติภารกิจมาโดยตลอด ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเปิดตัวบริการ E-Visa On Arrival ในวันนี้ จะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดนิ่ง และที่สำคัญ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บริการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวและช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทย