เฉลียงไอเดีย : เปิดใจเอ็มดี‘เลกาซี่’ ‘วรรณ โชติกะวรรณ’พลิกโฉมวงการขายตรง

ยังเป็นอีกธุรกิจที่ภาพรวมในประเทศไทยเติบโตอยู่ตลอด สำหรับธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจเครือข่าย ที่หลักๆ แล้วน่าจะมาจากเทรนด์รักสุขภาพยังเติบโตดี ทำให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริม สกินแคร์ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจขายตรงที่เฉิดฉายในช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็คือ “บริษัท เลกาซี่ คอร์ป จำกัด” สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 1,000 ล้านบาท ในปีแรกของการดำเนินธุรกิจ อะไรคือเส้นทางการประสบความสำเร็จนั้น วรรณ โชติกะวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท เลกาซี่ คอร์ป จำกัด กล่าวถึงหลักการที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด

แผนการขายที่ดีที่สุด คือ..?

สำหรับผมแล้วมองว่า “เครือข่าย” เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่ดีที่สุดทางหนึ่ง เพราะสามารถสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงมาก มีอัตราการซื้อซ้ำสูงที่สุด ซึ่งนับเป็นแกนหลักของการทำธุรกิจ

จากข้อดีตรงนี้จึงทำให้บริษัท เลกาซี่ฯ ทำธุรกิจนี้แบบจริงจัง และเราตั้งเป้าจะเป็นบริษัทที่อยู่ถึง 100 ปี ดังนั้น เราจึงมองแบบระยะยาว เริ่มทีเดียวทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 100 ล้านบาท ในปีแรกบริษัททำสถิติธุรกิจเครือข่ายรายแรกในไทยที่ทำยอดขายสูงถึง 1,000 ล้านบาท และยอดขายของเราไม่ตกเลยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

ที่จริงแล้ว เลกาซี่ฯไม่ได้เน้นเรื่องยอดขายเป็นหลัก เพราะหน้าที่ของธุรกิจเครือข่ายแบ่งเป็น 2 ส่วน คือภาคบริษัทที่มีหน้าที่ผลิตสินค้าที่ดี ดูแลนักธุรกิจ และจ่ายค่าคอมมิสชั่น อีกส่วนคือภาคการตลาด ที่ดูแลโดยนักธุรกิจ จึงยากที่บริษัทจะตั้งเป้าการเติบโต เนื่องจากขึ้นอยู่กับนักธุรกิจซึ่งไม่ใช่ลูกจ้าง ดังนั้น บริษัทจึงทำได้เพียงการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อความสำเร็จ ที่จะนำไปสู่การสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้น

สินค้าต้องดี-แบรนด์สวิตชิ่งได้?

หัวใจสำคัญของบริษัท เลกาซี่ฯ คือการมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของสินค้า เริ่มตั้งแต่ดูว่าสินค้าที่อยากจะขายนั้นมีใครขายอยู่บ้าง และเลกาซี่ต้องทำให้ดีกว่า แต่ต้องเป็นราคาที่แข่งขันได้ด้วย คือเราเน้นไปที่แบรนด์สวิตชิ่ง (brand switching) หรือการเปลี่ยนให้คนมาใช้สินค้าของเราแทนสินค้าที่เขาใช้อยู่ เนื่องด้วยมีคุณค่ามากกว่าและคุ้มค่ากับราคา ที่สำคัญเลกาซีเลือกโรงงานผลิตระดับสากล มีมาตรฐานรับรอง เช่น ISO17025 มาตรฐาน ISO9001 และมาตรฐาน ISO14001 นอกจากนี้ ยังมีการเทสต์สินค้าทุกล็อต ทั้งในเรื่องของปริมาณ สารต้องห้าม และการปนเปื้อน จึงมั่นใจได้ว่าสินค้าของเลกาซี่คุณภาพดีแน่นอน

ดูแลนักธุรกิจอย่างไรจึงได้ใจเขา?


นักธุรกิจเลกาซี่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 25-45 ปี เพราะคนในวัยนี้เข้าใจการดูแลตัวเอง ซึ่งทำให้เข้าใจลูกค้าเราด้วย และผลิตภัณฑ์หลักของเลกาซี่เป็นอาหารเสริม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้ารีบอร์น (Reborn) ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จัดเซตการดูแลการรับประทานในแต่ละวันด้วยโภชนาการครบถ้วนสมบูรณ์ แทบทุกกลุ่มคนสามารถใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้ โดยที่บริษัทไม่มีการโฆษณาหรือมีพรีเซ็นเตอร์ใดๆ แต่อยู่ที่ผลลัพธ์ของผู้ใช้เป็นเครื่องการันตี บอกได้เลยว่าเราดูแลนักธุรกิจของเราแบบเอ็กซ์ตรีม

นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนนักธุรกิจเราอย่างเต็มที่ ไม่ก้าวก่ายในกิจการของนักธุรกิจ ไม่ไปกำหนดว่าต้องทำอะไร แต่จะเป็นฝ่ายสนับสนุนความต้องการ และให้คำปรึกษา สนับสนุนการให้บริการ การจัดช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นต้น

ช้อปของเลกาซี ขายสินค้ากลุ่มไหน?

มีสินค้ากลุ่มสกินแคร์ อาหารเสริม เพอร์ซันนอลแคร์ โฮมแคร์ สิ่งที่แตกต่างคือเรามีสินค้ากลุ่มพรีเมียม ชื่อแบรนด์ Legacy Studio มีทั้งเสื้อผ้า ชุดกีฬา หมวก กระเป๋า ฯลฯ ในรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนยุคนี้ รวมถึงสินค้ากลุ่มไฮบริด (HiBrid) จำหน่ายสินค้าทั่วไป แบรนด์ชั้นนำต่างๆ มีตั้งแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ขนมขบเคี้ยว สมาร์ทโฟน กล้อง นาฬิกา แว่นตา ข้าวเกษตรอินทรีย์ รถยนต์ เป็นต้น อีกทั้งยังดีลกับบัตรแรบบิตแบล๊กการ์ด สามารถเติมเงินได้สูงสุด 20,000 บาท ใช้เป็นส่วนลดตามร้านค้าต่างๆ ที่ร่วมรายการ รวมถึงทำแรบบิตไฟแนนซ์ประกันรถยนต์ราคาถูกได้ด้วย และเมื่อเปรียบกับการขายที่อื่น สินค้าเลกาซี่ราคาถูกกว่าหรือเท่ากับท้องตลาด เพราะเราขายโดยไม่เน้นกำไรมาก เมื่อสมาชิกซื้อสินค้าจะมี PV หรือคะแนน สามารถสะสมแลกสิ่งที่ต้องการได้

จะมีงานแกรนด์ โอเพ่นนิ่ง ช้อปใหม่ล่าสุด?

อย่างที่บอกว่าเราตั้งใจจะเป็นธุรกิจเครือข่ายที่เข้าถึงผู้บริโภคที่แท้จริงได้ ทำให้เตรียมจะเปิดงาน “แกรนด์ โอเพนนิ่ง ช็อป MYMART ที่ JAS URBAN Srinakarin ในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 โดยจะเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทั่วไปและผลิตภัณฑ์ของเลกาซี่ ซึ่งจะทำให้คนทั่วไปเข้าถึงเลกาซี่ได้มากขึ้น เราเรียกว่า VIP MEMBER ต่างจากช็อปธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ที่เป็นช้อปไว้สำหรับดูแลนักธุรกิจ โดยอนาคตวางแผนว่าจะขยายไปกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ทางตะวันตก ภาคใต้และภาคเหนือต่อไปด้วย ซึ่งในอีก 5 ปีต่อจากนี้ ฐานลูกค้าวีไอพีเมมเบอร์จะมากขึ้น และอาจจะมีการร่วมพันธมิตรกับแบรนด์สินค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยเป็นพันธมิตรกับโมเดิร์นเทรดอื่นๆ ให้สมาชิกของเลกาซี่สามารถไปซื้อหรือแลกของรางวัลของที่อื่นได้ด้วย

กนกวรรณ มากเมฆ

บทความก่อนหน้านี้‘เฉลิม’ ถึงคนย้ายพรรค แล้วเจอในสนามเลือกตั้งให้ ปชช.ตัดสิน แล้วจะรู้ใครคิดผิดคิดถูก
บทความถัดไปโจ๋ซิ่งบิ๊กไบค์แซงซ้ายสิบล้อ พลาดท่าเสียหลักเฉี่ยวต้นไม้ข้างทางล้มคว่ำดับอนาถ!