สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับเพิ่มขึ้นกว่า100จุด หลังตลาดขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของสหรัฐหลังมีการเปิดเผยตัวเลขยอดการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนมี.ค.ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี
ทำให้หลังปิดตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 17,891.16 จุดบวก 117.52 จุด หรือ +0.66% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ระดับ 4,817.59 จุด บวก 42.23 จุด หรือ +0.88% และดัชนี เอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ 2,081.43 จุด บวก 16.13 จุด หรือ +0.78%
ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดตลาดที่ระดับ 44.78 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน รายใหญ่(โอเปก) ในเดือนเมษายนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงนปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานอีกครั้ง หลังราคาน้ำมัน ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.54 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดตลาดที่ระดับ 45.83 ดอลลาร์/บาร์เรล
ขณะที่ราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก( COMEX) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 5.30 ดอลลาร์ หรือ 0.41% ไปปิดตลาดที่ระดับ 1,295.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้ราคาทองคำทำสถิติปิดบวกติดต่อกัน 6 วันทำการแล้ว

