นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นลงไปค่อนข้างลึก ทดสอบกรณีที่แย่ที่สุดที่ระดับ 1,595-1,600 จุด ตลาดเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบหรือไซต์เวย์อัพขึ้นมา แต่ปริมาณการซื้อขายยังถือว่าเบาบาง อย่างไรก็ตามทางทรีนีตี้ประเมินว่าช่วงที่เหลือของเดือนพฤศจิกายน ปัจจัยบวกจะเป็นต่อปัจจัยลบ โดยปัจจัยบวกในสัปดาห์นี้ ได้แก่ เม็ดเงินจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่มีสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อยู่ในกรอบสมดุลที่ระดับ 3.0-3.1% ซึ่งถ้าอยู่ในกรอบนี้สะท้อนว่าแรงขายต่างชาติลดลง เนื่อจากแรงจูงใจในการขายหุ้นและนำเงินไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้สหรัฐน่าจะลดลง
สัญญาณบวกต่อมาคือ ราคาน้ำมันที่มีดาวน์ไซต์จำกัดแล้ว โดยราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา มาจากปัจจัยเทคนิคในเรื่องธุรกรรมตลาดล่วงหน้า ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานราคาน้ำมันน่าจะมีการไต่ระดับ โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่จะมีการประชุมโอเปคและกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่โอเปค ทั้งนี้มีอีกปัจจัยบวกที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่ประเมินว่าจะมีผลกระทบค่อนข้างแรงคือ การเจรจาสงครามการค้าหรือข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งคาดว่าผู้นำ 2 ประเทศจะใช้เวทีที่ประชุมจี20 ในการพูดคุยเชิงลึก ส่งผลบวกกับความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่ นำโดยตลาดจีน
ส่วนปัจจัยเสี่ยงหรือปัจัยที่จำกัดอัพไซต์ของดัชนี คือผลตอบแทนหุ้นหลังบริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ 2 คือ ตัวเลขภาคการผลิตทั่วโลกลดตัวลงมาจั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลจากเรื่องสงครามการค้า และปัจจัยเสี่ยงสุดท้ายคือ รัฐศาสตร์ภูมิศาสตร์นุโรป ทั้งการติดตามสถานการณ์สหภาพยุโรป (อียู) จะเห็นชอบร่างงบประมาณที่รัฐบาลอิตาลีส่งไปหรือไม่ รวมถึงเรื่องเบร็กซิทของอังกฤษในเดือนธันวาคมนี้ว่าจะผ่านพ้นไปได้หรือไม่
และในสัปดาห์นี้ทางทรีนีตี้จะแนะนำหุ้นเด่นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุุ้น!

