หน้าแรก เศรษฐกิจ จับตาชาวไร่อ้...

จับตาชาวไร่อ้อยเลิกปลูก 2 ล้านไร่หลังราคาดิ่ง

26.11.18 | 12:10 น.

นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า จากการที่ราคาน้ำตาลโลกตกต่ำมาต่อเนื่อง 2 ปี คาดว่าจะทำให้ปริมาณการปลูกอ้อยของทั้งโลกและประเทศไทยลดลง โดยในส่วนของไทยคาดว่าฤดูการผลิตในปี 2563/64 ปริมาณอ้อยจะลดลงจากปัจจุบันที่ 120 ล้านตัน ลดลงเหลือ 100 ล้านตัน และพื้นที่ปลูกอ้อยจะลดลงจาก 11 ล้านตัน ลงเหลือประมาณ 9 ล้านไร่ เนื่องจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เคยปลูกพืชจะกลับไปปลูกพืชเดิมเพราะราคาไม่จูงใจเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น อาทิ มันสำปะหลัง ข้าว และบางส่วนอยู่พื้นที่ไกลน้ำ ใกล้เคียงกับภาวะปกติที่มีพื้นที่ประมาณ 9-10 ล้านไร่ โดยที่ผ่านมาพื้นที่ปลูกอ้อยที่เพิ่มขึ้นมาจากนโยบายส่งเสริมให้ชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกไม่เหมาะสมเปลี่ยนไปปลูกอ้อย ทำให้มีพื้นที่และปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดรองรับสินค้าภายในประเทศมีเท่าเดิม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้ราคาอ้อยตกต่ำ

นางวรวรรณกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มองว่าการที่จะเพิ่มการใช้อ้อยให้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเห็นชัดที่สุด ก็คือการนำไปผลิตเป็นพลังงาน โดยการเพิ่มสัดส่วนของเอทานอลในน้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ไทยใช้แก๊สโซฮอล์ อี 10, อี 20 และอี 85 รวมทั้งหมดนี้จะใช้เอทานอลผสมเฉลี่ยจากทุกประเภทประมาณ 13% ซึ่งควรขยับไปที่ 15% จะทำให้มีความต้องการเอทานอลเพิ่มขึ้นประมาณ 5.2 แสนลิตรต่อวัน ทำให้ยอดการใช้เอทานอลรวมทั้งหมดอยู่ที่ 4.64 ล้านลิตรต่อวัน มีปริมาณอ้อยที่ต้องการเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านตัน และมีรายได้จากการผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้น 4,443 ล้านบาท

“จากการหารือกับสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ต่างรับรองว่าสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่ผสมเอทานอล 15% หรือ อี15 ได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะรถยนต์ตั้งแต่หลังปี 2543 สามารถเติมแก๊สโซฮอล์อี 20 ได้อยู่แล้ว ซึ่งหากเพิ่มสัดส่วนการใช้เอทานอลมากขึ้น ก็จะช่วยดูดซับปริมาณอ้อยในตลาดได้มากขึ้นด้วย” นางวรวรรณกล่าว