หน้าแรก เศรษฐกิจ ความท้าทายในอ...

ความท้าทายในอนาคตของประเทศไทยกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ

27.11.18 | 13:52 น.

ในปี 2019 จะครบรอบ 100 ปีของการจัดตั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และจะมีการเฉลิมฉลองในฐานะที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่เก่าแก่มากที่สุดองค์กรหนึ่งที่ยืนหยัดทำหน้าที่รักษาดุลอำนาจระหว่างผู้ว่าจ้างแรงงานกับผู้รับจ้างทำงาน โดยมีภาครัฐบาลเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในฐานะผู้ก่อตั้งกฎและกำกับความสัมพันธ์ เข้าร่วมและมีบทบาท โดยเฉพาะในกรณีของประเทศไทยซึ่งภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการตรากฎออกมาใช้ดูแลด้านแรงงาน

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภานายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และประธานกรรมการบริหาร-การพัฒนาธุรกิจ บริษัท สยามอีสเทิร์น อินดัสเตรียลพาร์ค กล่าวว่า เราจะพบว่าในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาองค์กรแห่งนี้ได้ตรามาตรฐานหรือนัยหนึ่งกฎหมายแรงงานระหว่างประเทศออกมาเกือบ 200 ฉบับในรูปอนุสัญญา เพื่อให้ประเทศที่ให้สัตยาบันนำมาตรฐานเหล่านี้ไปตราใช้บังคับในรูปกฎหมายภายในประเทศ สำหรับประเทศที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันก็ให้นำไปประยุกต์ใช้ ปรับปรุงกฎหมายโดยมีองค์การเหล่านี้จัดตั้งกลไกกำกับดูแลให้จัดส่งรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ

ที่ผ่านมาองค์กรนี้ได้มีบทบาทและกำกับดูแลตลอดจนมีอิทธิพลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานอย่างกว้างขวางทั่วโลก ทำให้แรงงานนับล้านๆ คนทั่วโลกมีมาตรฐานขั้นต่ำที่เป็นที่ยอมรับของสากล มีแนวปฏิบัติที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง องค์กรนายจ้างกับลูกจ้าง และ องค์กรของลูกจ้างอย่างมากมาย ที่สำคัญที่ไม่อาจเพิกเฉยหรือละเลยได้ ก็คือ องค์กรแห่งนี้นำมาซึ่งการเคารพสิทธิของผู้ใช้แรงงาน (Rights of labor) ที่ถูกตราออกมาในรูปมาตรฐานและมิติต่างๆ นอกจากนั้น ยังเพิ่มเติมด้วยการออกมาตรฐานใหม่ๆ เพื่อตอบสนองผู้ใช้แรงงาน (Rights to labor) อีกเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของเจ้าของกิจการ หรือนายจ้าง หรือผู้ทำการแทนนายจ้าง องค์กรแห่งนี้ได้ออกบทบัญญัติสร้างความสมดุลความสัมพันธ์ของสองฝ่าย ขณะเดียวกันสร้างจุดยืนที่สำคัญซึ่งสถานประกอบการยึดถือ อาทิ สิทธิในเรื่องการจัดการบริหาร ตลอดจนการมีผู้แทนนายจ้าง ซึ่งอยู่ในทุกจุดที่จำเป็นและต้องอาศัยการทำงานในระบบไตรภาคี กระบวนการเหล่านี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมการบริหารจัดการด้านความสัมพันธ์ที่ราบเรียบและนำมาซึ่งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมเรื่อยมา

สำหรับประเทศไทยในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ก็มีส่วนร่วมในกิจกรรมและติดตามกระแสการเปลี่ยนแปลงและได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ในแง่การดูแลคุณภาพชีวิตของคนทำงานได้มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ในแง่การดูแลคุณภาพชีวิตของการทำงานได้มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา แม้ในบางมิติ อย่างเช่น การแรงงานสัมพันธ์ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก็ตาม ซึ่งทางองค์กรแห่งนี้ก็ไม่ได้ละเลยที่จะสอบถามและขอให้ชี้แจงถึงสภาพปัญหาของประเทศเพื่อการสนับสนุนและช่วยเหลือทางวิชาการ เป็นต้น

Advertisement

ในยุคที่การทำงานทั่วทุกแห่งกำลังถูกท้าทายด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากเก่ามาสู่ใหม่เรื่อยๆ ความวิตกกังวลของประเทศไทยไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ ก็คือ โอกาสการมีงานทำของคนในประเทศ โอกาสการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงานเพื่อให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยี ปัญหาการขาดคนทำงาน เนื่องจากอัตราการเกิดลดลง ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของกำลังแรงงานรุ่นใหม่ๆ ลดลง กอปรกับสังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศไทยถูกท้าทายมากยิ่งขึ้นภายใต้กรอบของการมีงานทำ การหาคนทำงาน การดูแลผู้สูงวัย การปรับปรุงโครงการคุ้มครองทางสังคม ตลอดจนถึงการพยายามออกกฎหมาย กฎเกณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาดูแล กำกับรูปแบบการจ้างงานใหม่ๆ ระบบการแรงงานสัมพันธ์ (Employment relations) รูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากรูปแบบการจ้างงานที่แปลกและต่างไปจากเดิม ซึ่งมาถึงจุดนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องหันมาทบทวนกฎหมายแรงงานกันอย่างกว้างขวางในอนาคตอันใกล้นี้

ในนามของสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย จึงขอส่งเสริมอย่างเต็มที่ต่อการทำงานในภารกิจต่างๆ ของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อวางเป้าหมายการทำงานไปสู่ทศวรรษหน้า ซึ่งมีเรื่องสำคัญอีกหลายประการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั่วโลก เช่น การส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าสำหรับผู้ใช้แรงงานทุกคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานให้ดีขึ้นและส่งเสริมให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี ค.ศ. 2030 นอกจากนั้นยังมีเรื่องการกำหนดนโยบาย การวางมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากที่มีการนำหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติมาใช้แทนแรงงานระดับพื้นฐาน การกำหนดช่วงเวลาทำงานให้มีความยืดหยุ่น (Flexible Working Hours) เพื่อตอบสนองความต้องการของคนทำงานรุ่นใหม่หรือการบริหารจัดการเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุซึ่งจะเป็นปัญหาใหม่ของสังคมโลก เป็นต้น

และในวาระที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศจะมีอายุครบ 100 ปี ในปีค.ศ. 2019 นี้ สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ในฐานะภาคีฝ่ายนายจ้างมีความยินดีที่จะได้ร่วมเฉลิมฉลองกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และขอให้ ILO ยังคงยืนหยัดเป็นเสาหลักที่จรรโลงความเป็นธรรมและสร้างสมดุลโดยมุ่งผลประโยชน์ร่วมกันของไตรภาคีตลอดไป