หน้าแรก เศรษฐกิจ ร้องปธ.บอร์ดร...

ร้องปธ.บอร์ดรฟท.ระงับตรวจรับ”รถตรวจราง”ชี้แพงเกิน-ส่อล็อกสเปก-เสี่ยงจอดทิ้ง

27.11.18 | 22:07 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอารัมภ์ รมยานนท์ ทำหนังสือถึงนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) การถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เพื่อขอให้สั่งการตรวจสอบการรับรถไฟกึ่งบรรทุกตรวจรอยร้าวของราง ดำเนินไปอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ร.ฟ.ท.ได้ประกาศสอบราคาเพื่อจัดตั้งเป็นราคากลางในการจัดการรถตรวจสภาพรอยร้าวของราง 1 คัน เป็นเงิน 492 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 ได้ประกาศเพิ่มเติม โดยมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญเป็นรถไฟกึ่งบรรทุกตรวจรอยร้าวของราง ชนิด Laser sled type probes ที่สามารถวิ่งได้ทั้งบนถนน และบนรางรถไฟ ซึ่งมีโรงงานเดียวในโลกที่ผลิตรถเช่นนี้ แต่มิได้ปรับลดราคากลางลง


หนังสือระบุว่า เป็นที่รู้กันในวงการว่ารถชนิดนี้ราคาถูกกว่าราคากลางอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หากเปรียบเทียบกับราคาซื้อรถจักรดีเซลไฟฟ้าที่มีราคาไม่เกิน 150 ล้านบาทแล้ว รถไฟกึ่งบรรทุกตรวจรอยร้าวของรางน่าจะมีราคาไม่เกิน 200 ล้านบาท แต่กลับตกลงซื้อ-ขาบกันในราคาถึง 487,998,000 บาท แพงกว่าราคาที่ควรจะเป็นจริงถึง 100 กว่าเปอร์เซ็นต์ และเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ ที่จะจัดหารถตรวจสภาพรอยร้าวของรางที่วิ่งได้เฉพาะระบบรางรถไฟเท่านั้น

หนังสือยังระบุว่า ต่อมาเมื่อประมาณกลางปี 2559 ร.ฟ.ท.ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายกับบริษัทเอกชนรายหนึ่ง และขณะนี้ได้ส่งมอบสินค้าดังกล่าวเพื่อรอการตรวจสอบ โดยนำรถดังกล่าวไปจอดที่โรงซ่อมบำรุงของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด เมื่อตรวจสอบว่าสินค้าที่นำมาส่งมอบนั้นถูกต้องตามเงื่อนไขสัญญา รวมถึงรายการจำเพาะด้านเทคนิคหรือไม่

แต่จากการตรวจสอบพบข้อผิดพลาดอันเป็นสาระสำคัญที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุในขณะทำการ ได้แก่ ส่วนขับเคลื่อนบนราง ไม่ถูกต้องตามรายการจำเพาะด้านเทคนิค ทั้งนี้ ในรายการจำเพาะด้านเทคนิค ข้อ 5.13 กำหนดว่า “โบกี้เป็นโบกี้ชนิด 2 เพลา มีชุดขับเคลื่อน 1 โบกี้ และโบกี้ตาม 1 โบกี้” แต่รถที่นำมาส่งมอบไม่เป็นแบบโบกี้ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ที่ล้อเหล็กโดยตรง ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนดในรายการจำเพาะด้านเทคนิค และก่อให้เกิดอุบัติเหตุมาแล้วขณะทำการทดลองวิ่งปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริเวณย่าน กม.11

Advertisement

“ดังนั้น จึงใคร่ขอให้ท่านโปรดสั่งการให้คณะกรรมการตรวจรับ ปฏิเสธการรับสิ่งของที่มิได้เป็นไปตามรายการจำเพาะทางเทคนิคอันเป็นสาระสำคัญ ส่งคืนสิ่งสิ่งของให้กับคู่สัญญา และยึดเงินค้ำประกันสัญญา พร้อมขึ้นบัญชีดำกับคู่สัญญานี้ มิฉะนั้น จะทำให้ร.ฟ.ท.สูญเสียงบประมาณอย่างมาก เพราะไม่สามารถนำไปปฏิบัติงานได้ และต้องจอดทิ้งไว้”หนังสือดังกล่าวระบุ