นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้แก่ โครงการสถาบันไอโอที โครงการเมืองอัจฉริยะ โครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G และโครงการดิจิทัล ยูนิเวอร์ซิตี้ เพื่อพัฒนากำลังคนในพื้นที่อีอีซี โดยคาดว่า จะสามารถลงนามในสัญญา และเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในเดือนธันวาคม 2561 พร้อมกำหนดการประชุมหารือแนวทางการจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G และดำเนินการ 5G Testbed ในพื้นที่อีอีซี อีกทั้ง ยังได้นำ 4 บริษัท ประกอบด้วย อีริคสัน หัวเว่ย โนเกีย และ Dassault ประเทศฝรั่งเศส เยี่ยมชมพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อหารือในประเด็นสถานที่ในการทำ 5G TestBed ซึ่งกระทรวงดีอี มีนโยบายส่งเสริมและเร่งรัดการใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัล บนเทคโนโลยี 5G โดยจะเป็น 5G TestBed ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย และเป็นศูนย์กลางการทดสอบเทคโนโลยี 5G สำหรับประเทศไทย โดยมีแผนการทำการทดสอบภาคสนาม 5G ในกลางปี 2562
นายพิเชฐ กล่าวว่า สำหรับการวางกรอบแนวทางในการทดสอบเทคโนโลยี 5G ในห้องทดลองและทดสอบภาคสนามนั้น กระทรวงดีอี จะทำการทดสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาใช้กับแอปพลิเคชันในด้านต่างๆ โดยจะทดสอบในพื้นที่อีอีซี ส่วนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะอำนวยความสะดวก และพิจารณาย่านความถี่มาใช้ในการทดสอบ โดยน่าจะเป็นคลื่นความถี่ตั้งแต่ 3300-4200 เมกะเฮิรตซ์ และ 24000-29000 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 24-29 กิกะเฮิรตซ์ สำหรับการทำงานของคณะทำงานเตรียมการ 5G ยังทำงานร่วมกับสมาชิกที่มาจากหน่วยงานราชการ เช่น มหาวิทยาลัย, กสทช., การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ 5G alliance

“ปี 2562 จะเป็นปีแห่งการทดสอบระบบ ซึ่งจะทำขนานไปกับการประสานงานในการขอคลื่นความถี่ให้เรียบร้อย เพื่อที่ว่าเมื่อมาตรฐาน 5G มีความพร้อมสมบูรณ์เมื่อไร การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์แล้วก็เชิงสังคม ก็จะเกิดขึ้นได้ประสิทธิภาพ และเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วทันที ทั้งนี้ ในอนาคตเมื่อมีการทำสอบระบบ 5G แล้ว ก็จะทำให้พื้นที่อีอีซี กลายเป็นพื้นที่แห่งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้ 5G อย่างกว้างขวาง จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับประชาชนในพื้นที่ เกิดแหล่งจ้างงานขนาดใหญ่จากอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดำเนินไปพร้อมกับการเกิดโครงการขนาดใหญ่ทั้งหลายในพื้นที่ที่กำลังจะพัฒนาเกิดขึ้น อาทิ สนามบินอู่ตะเภา, ท่าเรือ 2 ท่าเรือ, รถไฟความเร็วสูงเป็นต้น” นายพิเชฐ กล่าว



