ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือหลักทรัพย์ SISB โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ จะเข้าทำการซื้อขาย (เทรด) ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอเป็นวันแรก จำนวน 260 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท และถือว่าเป็นธุรกิจการศึกษาตัวแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตามมีเสียงคัดค้านจากสังคมให้ระงับการเทรดหุ้นดังกล่าว โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นคัดค้านการระดมทุนขายหุ้นการศึกษาในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เนื่องจากมองว่ากิจการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการแสวงหากำไรและเป็นประโยชน์กับผู้ถือหุ้นสูงสุด อาจจะสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับการศึกษาได้
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ไม่ได้มีเกณฑ์ห้ามไว้ ขณะเดียวกันเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานกำกับโดยตรง หรือ Lead Regulator (หลีดเรกูเลอเตอร์) ของหน่วยงานการศึกษา อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาก่อนที่จะอนุมัติการออกแบบแสดงรายการ (ไฟลิ่ง) หุ้นที่จดทะเบียน ได้ส่งหนังสือไปหารือกับทางหลีดเรกูเลเตอร์แล้ว ก็ไม่ได้ห้ามบริษัทเข้าจดทะเบียน ทั้งนี้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.คือดูแลว่ามีการเปิดเผยข้อมูลถูกต้องหรือไม่อย่างไร นอกจากนี้หากเปรียบเทียบธุรกิจการศึกษาที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ต้องดูบริบทของประเทศนั้นๆ ประกอบ ซึ่งหลายๆ ประเทศอาจจะไม่มีการจดทะเบียน เนื่องจากมีการศึกษาฟรีอยู่แล้ว
“ได้สอบถามไปทางหลีดเรกูเลเตอร์แล้ว ก็ไม่มีข้อห้ามอะไรที่ไม่ให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้นถ้าหลีด เรกูเลเตอร์อนุญาต ก็แสดงว่าทำตามกฎระเบียบที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ต้องเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ตามปกติ ก.ล.ต.ไม่สามารถไปบังคับไม่ให้เข้ามาเทรดได้ ส่วนในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับบริบทประเทศนั้นๆ โดยจะเห็นว่าหลายประเทศไม่ได้มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากการศึกษาฟรีอยู่แล้ว ส่วนจะมีผลกระทบกับการศึกษาหรือไม่ เช่น คิดค่าธรรมเนียม (ชาร์จ) แพงขึ้น เป็นหน้าที่ดูแลของหลีดเรกูเลเตอร์ซึ่งเป็นผู้กำกับโดยตรง” นายรพีกล่าว
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตามหลักเกณฑ์แล้วตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ห้ามธุรกิจดังกล่าวเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ขณะเดียวกันภาคกำกับดูแลขององค์กรนั้นก็ไม่ได้มีข้อห้ามหรือข้อติดขัดอะไร ได้รับการอนุมัติให้เข้ามาดำเนินการ ประกอบกับบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนเป็นโฮลดิ้ง คอมปานี สอดคล้องกับคุณสมบัติของบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนและซื้อขายหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของตลาดหลักทรัพย์ฯเอง มองว่าจะช่วยทำให้การดำเนินธุรกิจโปร่งใสมากขึ้นด้วย เพราะนักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลวิเคราะห์ได้ว่าบริษัทดังกล่าวทำธุรกิจอย่างไร แบบไหน ทั้งนี้ รวมถึงคนทั่วไปที่ไม่ใช่นักลงทุนด้วย สามารถใช้ข้อมูลเปรียบเทียบกับสถาบันอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นได้พิจารณาแล้วและเห็นสอดคล้องกับฝ่ายกำกับให้บริษัทเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้

