หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังยังคงเป้า...

คลังยังคงเป้าจีดีพี 4.5% ชี้สงครามการค้าทำให้ส่งออกเพิ่ม

28.11.18 | 17:02 น.

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค.ยังคงเป้าประมาณการเศรษฐกิจไทย 2561 ไว้ที่ 4.5% ส่งออกขยายตัว 8% แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ปรับเป้าปีนี้เหลือ 4.2% เนื่องจากไตรมาส 3 โตเพียง 3.3% โดยสศค.ขอติดตามตัวเลขในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมอีกครั้ง และนำมาประเมินตัวเลขใหม่ในเดือนมกราคม 2562

“ในปีนี้สศค.คาดว่าส่งออกโต 8% ในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีต้องโตเฉลี่ย 7.8% ซึ่งเดือนตุลาคมส่งออกขยายตัว 8.7% ดังนั้นตัวเลขจริงเป็นไปตามที่สศค.ประเมินไว้ ส่วนการท่องเที่ยวที่ลดลง สศค.นำมาใส่ไว้ในประเมินประมาณการเมื่อเดือนตุลาคมไปแล้ว”นายพรชัย กล่าว

นายพรชัยกล่าวว่า ผลจากสงครามการค้านั้นมีทั้งสินค้าที่ได้รับผลกระทบ สินค้าที่ได้รับผลบวก และสินค้าที่เป็นสินค้าไทยที่ไปทดแทนสินค้าของจีน ซึ่งผลว่าผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ผ่านมายังเป็นบวกต่อการส่งออกไทย 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 0.6 % เช่น ผลิตภัณฑ์จากยาง เป็นบวก 25.6 % ,ผลิตภัณฑ์พลาสติก บวก 11.6 % และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บวก 45.2 % สำหรับการส่งออกไปสหรัฐในเดือนกันยายน ส่วนสินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนทดแทนสินค้าจากสหรัฐ รายการที่เพิ่มขึ้น เช่น อาหารสัตว์ บวก 296 % ,สินค้าอาหาร บวก 34%,เนื้อหมู บวก 180 % ในเดือนกันยายน สำหรับสินค้าที่ไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากจากการที่สหรัฐปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้า คือ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก,อลูมิเนียม,โซลาร์เซลล์ และเครื่องซักผ้า ทำให้การส่งออกในสินค้ากลุ่มนี้ติดลบ

“สำหรับภาวะเศรษฐกิจในเดือนตุลาคมได้รับแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 เดือน ปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัวสูงสุดในรอบ 70 เดือน และปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศขยายตัวสูงสุดในรอบ 65 เดือนขณะที่สถานการณ์การส่งออกกลับมาขยายตัวโดยการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และจีนกลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า สำหรับเศรษฐกิจไทยด้านการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเป็นสำคัญ ขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวเล็กน้อย”นายพรชัยกล่าว

นายพรชัยกล่าวว่า การท่องเที่ยวของไทย ณ เดือนตุลาคมนี้ว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศ 2.71 ล้านคน หดตัวเพียง 0.5 % ซึ่งอาจเรียกได้ว่า อยู่ในภาวะเกือบทรงตัว แม้จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจากจีนก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นยังสามารถขยายตัวได้ตามปกติ โดยเฉพาะจาก มาเลเซียในเดือนตุลาคม ขยายตัว 22.4 %, ฮ่องกง บวก 29.3 % ,ลาว บวก 11.3 % และกัมพูชา บวก 19.1 % โดยรายได้จากการท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม อยู่ที่ 1.40 แสนล้านบาท ขยายตัว 0.7 %

Advertisement

นายพรชัยกล่าวต่อว่าส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัว 7.1 % ถือว่าสูงสุดในรอบ3เดือน,ยอดจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ขยายตัว 36 % สูงสุดในรอบ 70 เดือน และ ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ ขยายตัว 13.8% สูงสุดในรอบ 65 เดือน สะท้อนว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เริ่มมีการลงทุนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้ปูนมากขึ้น ,ส่วนการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวที่ 0.3%ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ดูจากภาษีการโอนอสังหาริมทรัพย์ ในเดือนตุลาคม ขยายตัวถึง 14.9%ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรกรรม ในเดือนตุลาคม ขยายตัว 4.2 % สูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 2.2 % โดยสินค้าที่ขยายตัวสูงได้แก่ ข้าว,มันสำปะหลัง,ปศุสัตว์ และประมง