นายบิล พาล์มเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมในกลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้น บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC กล่าวว่า หลังควบรวมกิจการเมื่อปี 2560 ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้แก่องค์กร โดยปีนี้ถือเป็นปีเริ่มต้นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหาร เพื่อสร้างผลกำไรที่ดียิ่งขึ้นให้กับบริษัท จึงกำหนดกลยุทธ์การตลาดไว้ 3 แนวทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ได้แก่ ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ แบรนด์ “รอยัลไทย” เน้นประชาสัมพันธ์แบรนด์ไปยังตลาดเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลางมากขึ้น พร้อมทั้งมุ่งเป้าการทำตลาดวัสดุปูพื้นระดับบนไปยังตลาดปูพื้นลักซ์ชัวรี่ และร้านค้าปลีกแนวบูติค
นายพาล์มเมอร์ กล่าวว่า แนวทางที่สองคือมุ่งเน้นการสร้างสรรค์และพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์โดดเด่นเพื่อสร้างความต่างกับคู่แข่ง ได้วางแผนลงทุนปรับปรุงและปรับโครงสร้างสายการผลิตในระยะยาว และสุดท้ายคือขยายธุรกิจไปในทิศทางที่ลึกและกว้างกว่าเดิม โดยจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจพรมลักซ์ชัวรี่มากขึ้น มุ่งเน้นที่ธุรกิจการบิน ธุรกิจเรือสำราญ ธุรกิจโรงแรมระดับ 5-7 ดาว บ้านพักอาศัยระดับหรู และร้านค้าปลีกสไตล์บูติกระดับไฮเอนด์ โดยตลาดในไทยที่ไม่เน้นการใช้พรม บริษัทจะเน้นจำหน่ายและให้บริการวัสดุปูพื้นชนิดอื่นๆ เช่น พรม Flatwave กระเบื้องยางไวนิลลักซ์ชัวรี่ และไม้ลามิเนท เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดช่องทางผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ค ไอจี เป็นต้น เพื่อตอบรับลูกค้ายุคดิจิทัล
นางนพภาพร อภิวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และกรรมการ TCMC ได้รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2561 ว่าบริษัทมีรายได้รวมที่ 2,214.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 1,563.11 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 23.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 21.40 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวม 6,763.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,773.24 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 57.45 ล้านบาท ลดลง 6.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 114.88 ล้านบาท ส่วนไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่ามีผลดำเนินงานดีที่สุดของปีนี้เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการดำเนินธุรกิจทุกกลุ่ม ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 9,000-10,000 ล้านบาท

