นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้ากลุ่มของขวัญของชำร่วยและตกแต่งบ้านในปี 2561 ยังเติบโตต่อเนื่องจากปี 2560 คาดมีมูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท และขยายตัว 4.5% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงในรอบ 3 ปีที่มีการขยายตัวเพียง1-2% โดยสหรัฐฯยังครองสัดส่วนการตลาด 35%และขยายตัว 3% ตามด้วยญี่ปุ่น สัดส่วน 24% ขยายตัว 2% อาเซียนสัดส่วน 24% ขยายตัว 4% ที่เหลือ 17% เป็นตลาดยุโรปและอื่นๆ โดยขยายตัวต่ำกว่า 1%
นายจิรบูลย์ กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ผลิตสินค้าที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ส่วนใหญ่ยืนยันว่าคำสั่งซื้อของขวัญของชำร่วยภายในประเทศ ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ 2562 ยังไม่คึกคักมากนัก สะท้อนกำลังซื้อสินค้าเพื่อมอบเป็นของขวัญยังไม่ฟื้นตัว คาดว่ามาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ นโยบายลดมอบลดรับของขวัญของบางหน่วยงานรัฐและเอกชนยังต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และ พฤติกรรมการซื้อสินค้าเปลี่ยนจากเลือกซื้อตามห้างและร้านค้า(ออฟไลน์) เป็นการเลือกซื้อและสั่งซื้อจากระบบออนไลน์มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มูลค่าตลาดของขวัญเพื่อมอบกันในเทศกาลปีใหม่ปี 2561 ใกล้เคียงปี 2560 ที่มีมูลค่าลดลงจากปกติปีละ 11,000 ล้านบาท เหลือ 8,000 ล้านบาท
“ปกติปลายเดือนตุลาคมกำลังซื้อจะคึกคัก แต่ปีนี้จะสิ้นเดือนพฤศจิกายนแล้วยังเงียบอยู่มาก จากการสอบถามสมาชิกในประเทศอาเซียนก็พบว่าเจอสถานการณ์เดียวกัน โดยเฉพาะสิงคโปร์และมาเลเซีย เป็นประเทศที่คนในประเทศนิยมซื้อสินค้ามอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กันมากที่สุด ยังเงียบเหงา และตลาดของขวัญปกติจะขายดีที่สุดในไตรมาสสุดท้ายของปี และคำสั่งซื้อ 3 เดือนสุดท้ายจะเท่ากับ 9 เดือนแรกของปี เมื่อยอดซื้อ 2 เดือนที่ผ่านมายังไม่ดี เชื่อว่าตลาดของขวัญในประเทศปีนี้หดต่อเนื่้องเป็นปีที่ 2 ก็ยังว่าช่วงที่ห้างต่างๆแข่งกันจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และผลักดันการท่องเที่ยวเมืองรอง จะทำให้การซื้อของชำร่วยเพื่อเป็นของขวัญมากขึ้น ” นายจิรบูลย์ กล่าว
นายจิรบูลย์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดของขวัญของที่ระลึกในปี 2562 ยังโตได้ต่อเนื่อง ทั้งตลาดส่งออกที่คาดว่ายังโตได้เกิน 5% มูลค่าเกิน 2.5 หมื่นล้านบาท และตลาดในประเทศฟื้นตัวเกินหมื่นล้านบาทได้ หลังจากชะลอตัวมา 2 ปีแล้ว ผลจากปัจจัยบวก 1. เรื่องสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ทำให้สหรัฐฯหันนำเข้าสินค้าจากไทยแทน รวมถึงจีนเริ่มเข้าซื้อกิจการและย้ายฐานผลิตมาไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตสินค้าที่ระลึกและสินค้าในสวนสนุก 2.สมาคมของขวัญฯจะเข้าไปเป็นสมาชิกหนึ่งในสภาอุตสาหกรรมด้านท่องเที่ยว และรัฐบาลส่งเสริมการเที่ยวเมืองรอง ก็จะส่งผลดีต่อเนื่องถึงการผลิตสินค้าที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว และสร้างการผลิตสินค้าของที่ระลึกระดับชุมชนระดับท้องถิ่นมากขึ้น เหมือนอย่างประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่มีเงินหมุนเวียนจากการขายของที่ระลึกเมืองท่องเที่ยว 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี 3.สินค้าไทยมีดีไซน์และคุณภาพเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมในต่างประเทศ และ4. การเกิดธุรกิจใหม่โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี หลังจากรัฐบาลส่งเสริมการเที่ยวเมืองรอง
” ดูจากปัจจัยบวกที่เริ่มเห็นแล้วในครึ่งหลังปีนี้ คาดว่าตลาดของขวัญของชำร่วยของไทย จะกลับมาฟื้นตัวและขยายตัวในรอบ 3-4 ปี ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและตลาดหลัก โดยเฉพาะสหรัฐ และอาเซียน แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามในเรื่องการค้าออนไลน์ที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการค้าปกติ และส่วนใหญ่เป็นออนไลน์ข้ามชาติที่เข้ามาตีตลาดในไทย อาจกระทบต่อผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งสมาคมฯจะร่วมกับสภาอุตฯด้านท่องเที่ยว ส่งเสริมให้ชุมชนรวมตัวเพื่อเพิ่มจำนวนผลิตและต่อรองด้านราคาได้มากขึ้น เป็นการลดแรงกดดันจากออนไลน์ข้ามชาติที่เข้ามชิงตลาดโดยอาศัยเรื่องราคาต่ำ แต่คุณภาพยังสู้ไทยไม่ได้ และดันให้เกิดการส่งออกด้วย ซึ่งสินค้าผลิตจากไม้ ผ้า และสินค้าสปา ของไทยได้รับความเชื่อถือและต้องการซื้ออยู่มาก ” นายจิรบูลย์ กล่าว

