ที่ประเทศลาว นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) ร้อยละ 5% วงเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย และคืนแวตประมาณ 1,000 บาท ให้กับประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเดบิตเท่านั้นในการซื้อสินค้าที่มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ในช่วงเทศกาลตรุษจีนหรือระหว่างวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2562
“ คาดว่าโครงการนี้จะใช้งบประมาณ 6-7 พันล้านบาท แต่จะขอวงเงินเผื่อไว้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หากโครงการอนุมัติจะเริ่มคืนแวตให้กับประชาชนได้ หลังเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อีก 15 วัน ผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชนเท่านั้น นอกจากนี้ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอีเพย์เม้นท์ โดยกระทรวงฯงมีแนวคิดจะหารือร่วมกับธนาคารของไทย ขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจัดทำบัตรเดบิต เพื่อเป็นส่วนช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการอีกด้วย “ นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายอภิศักด์ กล่าวว่า โครงการที่นำมาใช้เพราะเพิ่มการบริโภคภายในประเทศจากเคยลดลงขยายแค่ 1% ให้ขยับขึ้นจนปัจจุบันการบริโภคขยายตัว 4% ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ก็ยังมีสินค้าบางประเภทต้องช่วยเหลืออยู่ อาทิ ยางพารา เจอปัญหาราคายางตก และปริมาณเกินความต้องการ ทำให้ต้องมีมาตรการช่วยลดปริมาณยางพารา
“ ส่วนมาตรการคืนแวต ก็ทำขึ้นเพื่อพยุงให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เกิน 4% ซึ่งตอนนี้คาดว่าจะสามารถขยายได้เกิน 4% หากว่าเศรษฐกิจไทยลดลงอีก ก็ต้องมีมาตรการที่แรงกว่านี้เพื่อดึงขึ้นมา ซึ่งมาตรการที่ใช้ตอนนี้เพื่อพยุงเท่านั้น และยืนยันว่ามาตรการทั้งหมดไม่ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นการหาเสียงอย่างแน่นอน “นายอภิศักด์ กล่าว
นายอภิศักด์ กล่าวว่า กระทรวงฯจะเสนอรายละเอียดโครงการช้อปช่วยชาติ ช่วงวันที่ 15 ธันวาคม 2561 – 15 มกราคม 2562 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 4 ธันวาคมนี้ พิจารณาเห็นชอบ และยืนยันว่าโครงการที่เตรียมดำเนินการครั้งนี้ จะไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากจะไม่มีการเปิดกว้างให้กับทุกชนิดสินค้า เพราะไม่มีความจำเป็นจะต้องกระตุ้นการบริโภค เนื่องจากมีการขยายตัวได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ได้แย่เหมือนที่ผ่านมา แต่การดำเนินการในครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อส่งเสริมกลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจริง ๆ เท่านั้น
นายอภิศักด์ กล่าวว่า สินค้าที่สามารถนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ ยางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากสำรวจแล้วพบว่า 50% ของปริมาณน้ำยางพาราที่ผลิตได้ในประเทศถูกใช้เพื่อผลิตยางรถยนต์ โดยจะระบุเป็นเงื่อนไขด้วยว่าบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องใช้ปริมาณน้ำยางพาราภายในประเทศเพื่อผลิตยางรถยนต์จำนวนเท่าไหร่ เพื่อผลิตยางรถยนต์จำนวนกี่เส้น โดยจะมีสติ๊กเกอร์ หรือคูปองกำกับชัดเจนเพื่อรองรับว่ายางรถยนต์ดังกล่าว จะเข้าโครงการช้อปช่วยชาติของรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการซื้อหนังสือ ทั้งหนังสือที่เป็นสิ่งพิมพ์ และอีบุ๊ค เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น และ สินค้าโอท็อป ที่ต้องซื้อมาจากร้านค้าที่ทำการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เท่านั้น

