‘อุตตม’ดันผู้ประกอบการพัฒนาแรงงานทั้งระบบรองรับยุคอุต 4.0

2.12.18 | 03:01 น.

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการจัดงาน “Factory 4.0 : อุตสาหกรรมมั่นคง ของแรงงานไทย” ที่สานักงานเทศบาลตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ
ว่า ปัจจุบันการแข่งขันทางการค้าและระบบเศรษฐกิจโลกมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมาจากปัจจัย ด้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทาให้ทุกภาคส่วน เริ่มมีการนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการทางานตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยอีกปัจจัยที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญและเล็งเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ การพัฒนาแรงงานภาคอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ที่นาเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการ ดาเนินธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยการปรับเปลี่ยนทักษะ (Re-skill) และเพิ่มทักษะ (Up-skill) ฝีมือและความ ชำนาญทั้งในเชิงคุณภาพและมาตรฐานของแรงงานไทย ให้สอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง 
 
นายอุตตม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในเรื่อง Factory 4.0 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่เป็นกลไกหลัก ในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐจะให้การสนับสนุนส่งเสริมให้ภาคเอกชน มีประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในการใช้บริการกับภาครัฐลง การพัฒนาชุมชน การส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการดูแลองค์ประกอบสำคัญ ของเศรษฐกิจฐานราก รวมไปถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ อีกทั้งยังคงมุ่งเน้นเรื่อง การพัฒนาแรงงานควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมไปถึงการสร้างงานและอาชีพเสริมโดยเฉพาะผู้สูงวัยในภาคการผลิตที่จะกลับสู่ชุมชน คนเหล่านี้ต้องอยู่ได้โดย “ไม่เป็นภาระลูกหลาน” ซึ่งจะเน้นการทางานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน

นอกจากนี้ปัจจัยความสำเร็จของการช่วยยกระดับชุมชน คือ การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโรงงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ให้ดีขึ้นเพื่อให้ธุรกิจเกิดความเข้มแข็ง มีแรงขับเคลื่อนเสมือนหัวรถจักรที่จะช่วยดึงภาคชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบข้างให้เข้มแข็งเช่นกัน ดังนั้น ภาคเอกชนจะเป็นกลไกในการช่วยเหลือชุมชน ส่วนภาครัฐจะเป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุน เชิงนโยบาย ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงแรงงานและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้การขับเคลื่อนและพัฒนาด้านแรงงานภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้ครอบคลุมในทุกมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

ได้แก่ (1) การพัฒนากาลังคนในระดับอาชีวะ เน้นผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วม และสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในระดับอาชีวะร่วมกับภาครัฐและภาคการศึกษาให้สอดคล้อง กับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น โครงการสัตหีบโมเดล Kosen โมเดล Flex Campus โมเดล ที่มุ่งเน้นการพัฒนาแบบผสมผสาน ทั้งการทดลอง การฝึกงานทั้งใน และต่างประเทศเพื่อให้มีประสบการณ์ในสถานการณ์จริงและการบรรยายเชิงทฤษฎี ให้ความรู้ ด้านเทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

(2) การพัฒนาแรงงานภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับผลิตภาพและประสิทธิภาพ ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เตรียมตัวเข้าสู่ Thailand 4.0 ซึ่งมีการดาเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ การอบรมพัฒนาแรงงานให้มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีเฉพาะ การพัฒนาทักษะแรงงานแบบ Multi-Functional Skill การสร้างนักฝึกอบรม และผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภาพไปพร้อมกับวางแผนกาลังคน ตลอดจนการสนับสนุนการกำหนดมาตรฐานและวางแนวทางการพัฒนาฝีมือแรงงานตามสมรรถนะหลัก (Core Competency) มีการบ่มเพาะสมรรถนะหลักในอนาคตที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม รองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ Industry 4.0
โดยในปี 2562 เฉพาะในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมเองจะมีการพัฒนาแรงงานประมาณ 70,000 คน และหากนับการได้มีการดาเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี  2560 – 2562 จะมีการพัฒนาแรงงานรวมถึง 210,000 คน

(3) การพัฒนาแรงงานสูงอายุหลังเกษียณ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับแรงงานสูงอายุหลัง การเกษียณ

Advertisement