ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวภายหลังปิดการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 36 ว่า หอการค้าไทยได้รวบรวมผลการประชุมและจัดทำเป็นสมุดปกขาว นำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่เดินทางมาปิดการประชุมสัมมนา ซึ่งในสมุดปกขาวประกอบด้วย 1.แนะนำข้อมูลจากหอการค้าฯให้กับภาครัฐ 2.แจ้งข้อมูลเพื่อขอให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ 3.แนวทางขับเคลื่อนของหอการค้า หากทำทั้ง 3 ข้อนี้ควบคู่ไปด้วยกันเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ได้ไม่ยาก
“อยากเสนอให้ทุกพรรคการเมือง ควรมีนโยบายเกี่ยวกับการผลักดันเศรษฐกิจออกมาให้ชัดเจนมากขึ้น ควรให้ประชาชน รวมถึงเอกชนได้ทราบถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข และควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหรือตกต่ำ สาเหตุแท้จริงมาจากปัจจัยไหน ต้องระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจน รวมถึงช่วยในเรื่องของการพัฒนาขีดความสามารถให้ตรงความต้องการมากขึ้น ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมที่จะทำมาตราการลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของเศรษฐกิจฐานราก หากทุกพรรคมีความชัดเจนในเรื่องของนโยบายมากกว่านี้ ก็จะทำให้เอกชนเห็นทิศทางของเศรษฐกิจในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น” นายกลินท์กล่าว
นายกลินท์ กล่าวว่า ในส่วนแผนพัฒนาเศรษฐกิจช่วงปลายปี อาทิ ช้อปช่วยชาติ ที่ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการกำหนดชนิดของสินค้าที่สามารถนำไปยื่นขอลดภาษีได้เพียง 3 ชนิด ได้แก่ 1.ยางรถยนต์ 2.หนังสือ และ3.สินค้าโอท็อป แม้จะน้อยแต่ก็ยังเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ส่วนใเรื่องการท่องเที่ยว ตอนนี้การท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต มีแนวโน้มดีขึ้น ชาวจีนจะเริ่มกลับมาแล้ว รวมถึงนักท่องเที่ยวชาติอื่นด้วย
นายกลินท์ กล่าวต่อว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 จะเติบโตได้ 4-4.5% และปี 2562 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 4% ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการคงต้องรอการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.)ในเดือนธันวาคมอีกคร้้ง และคาดว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้มากยิ่งขึ้น เบื้องต้นสภาธุรกิจของไทย ระบุว่าตอนนี้กลุ่มลงทุนจากจีนและญี่ปุ่น กำลังมองการลงทุนเพิ่มในประเทศที่ 3 และหวังว่าจะเลือกประเทศไทย ซึ่งหอการค้าหวังว่าผลการสัมมนาฯจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจประเทศ ให้เติบโตเข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นตัวจุดประกายให้กับทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เกิดการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างทั่วถึง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งการสัมมนาหอค้าไทยทั่วประเทศครั้งที่ 37 ในปี 2562 หอการค้าลำปางจะเป็นเจ้าภาพ


