หน้าแรก เศรษฐกิจ ชง”สมคิด-ครม....

ชง”สมคิด-ครม.”เคาะไทยเข้าCPTPP หวังเป็นผลงานรัฐบาล”สนธิรัตน์”ยันไทยได้ประโยชน์

3.12.18 | 14:57 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวภายหลังประชุมคณะทำงานเตรียมการพิจารณาเข้าร่วมความตกลงซีพีทีพีพี(CPTPP) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 30 หน่วยงาน ว่า ได้สั่งการให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เร่งดำเนินการจัดทำข้อสรุปผลดีผลเสียและข้อเสนอแนะจากทุกภาคหน่วยที่กรมฯได้เปิดรับฟังแล้วทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาและรับนโยบายต่อไทยจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกในซีพีทีพีพี ภายในเดือนธันวาคมนี้ หากได้รับความเห็นชอบ ก็จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาและเห็นชอบต่อไป จากนั้นก็จะเข้ากระบวนการยื่นเจตนารมต่อซีพีทีพีพีว่าไทยสนใจเข้าเป็นประเทศสมาชิก หากได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกที่ให้สัตยาบันความตกลงฯ แล้ว 7 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย และเวียดนาม และจะมีผลตั้งแต่ 30 ธันวาคมนี้  เพื่อจะเปิดการเจรจากันต่อไป

“ตามนโยบายเห็นถึงประโยชน์ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกซีพีทีพีพี และจะเร่งให้สามารถนำเสนอทันรัฐบาลชุดนี้ในการเห็นชอบการเข้ากรอบเจรจาซีพีทีพีพี เพื่อให้คณะทำงานที่ได้จัดตั้งได้ดำเนินการได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปีหน้า พร้อมกับให้เร่งเตรียมความพร้อมในเรื่องการดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เหมือนกับการเปิดเสรีที่ผ่านมา ที่จะมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน รวมถึงแนวคิดเสนอจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผลกระทบจากเปิดซีพีทีพีพี เหมือนที่มีกองทุนช่วยเหลือผลกระทบจากการเปิดเสรี(เอฟทีเอ) “นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า จากนี้ได้ให้กรมฯเดินหน้าหารือในการทำแผนการดำเนินการต่อไปในอนาคต เช่น การจัดสัมมนาและหารือกลุ่มย่อย เพื่อเผยแพร่ข้อมูล และชี้แจงให้ทุกภาคส่วนคลายความกังวล โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม และ การหารือกับสมาชิก CPTPP เพื่อความชัดเจนในประเด็นที่หน่วยงานของไทยยังมีข้อสงสัย ตลอดจนรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการของสมาชิก CPTPP เพื่อประกอบการเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องสำหรับไทยต่อไป

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในการเข้าร่วมซีพีทีพีพี ทำให้ไทยได้ประโยชน์จากการเปิดตลาดใหม่ที่ไทยไม่มีเอฟทีเอและยังเก็บภาษีนำเข้าสูง เช่น แคนาดา เม็กซิโก อย่างแคนาดา ได้รับประโยชน์จากส่งออก ในกลุ่มทูน่ากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง กุ้งแปรรูป อาหารเลี้ยงสัตว์ ยานยนต์ เครื่องจักร ยาง และพลาสติก ส่วนเม็กซิโก จะได้ประโยชน์ส่งออกในกลุ่มสับปะรด หรือแม้กับญี่ปุ่นที่ไทยมีความตกลงความหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ(เจเทปา)แต่ก็ยังลดภาษีเป็น0%เพียง 88% ของสินค้าที่นำเข้า เมื่อเข้าซีพีทีพีพีก็เป็นโอกาสส่งออกได้เพิ่มในกลุ่มสินค้าไก่สด ไก่ปรุงแต่ง ผัก-ผลไม้ต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม ไทยก็ยังต้องเตรียมรับมือในบางกลุ่มสินค้าที่ต้องลดภาษีและสินค้าจากประเทศสมาชิกเข้ามาไทย เช่น มันฝรั่ง  ซุป กาแฟ และชา จากแคนาดา  เป็นต้น พร้อมกันนี้ ไทยต้องเร่งแก้อุปสรรคและกฎหมายภายในประเทศ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น  ส่วนการตั้งกองทุนฯถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเปิดเสรีอาจไม่ได้ทำทั้งหมด 100% จะมีบางส่วนที่เป็นสินค้าอ่อนไหว ที่ประเทศนั้นต้องใช้เวลาปรับตัวอาจเป็น 10-15%

ทั้งนี้  CPTPP เป็นความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมในหลายมิติทั้งเรื่องการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายนักธุรกิจชั่วคราว การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้า อาทิ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายการแข่งขัน แรงงาน และสิ่งแวดล้อม โดยมีสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู เม็กซิโก ญี่ปุ่น บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ล่าสุด มีประเทศที่แสดงความสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP เพิ่มเติม เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อังกฤษ จีนไทเป (ไต้หวัน) และโคลอมเบีย เป็นต้น

Advertisement