มติชน สมาร์ทบิซ 4 พ.ค.2559
น.ส.จริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีก ไตรมาสแรกของปีนี้ ยังเติบโตอย่างถดถอยที่ร้อยละ 2.6 จากปีที่ผ่านมาเติบโตที่ร้อยละ 2.8 นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าน่าจะดีขึ้น และเติบโตได้ในระดับร้อยละ 3 แต่ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมา ไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้กำลังซื้อระดับกลางลงล่างดีขึ้น เพราะผู้บริโภคระดับรายได้ปานกลางลงล่างที่ต้องอาศัยรายได้จากผลผลิตภาคเกษตรยังประสบกับภาวะที่อ่อนแออยู่
นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยในระดับรายได้สูงถึงปานกลางออกเดินทางไปจับจ่ายใช้สอยที่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องด้วยอัตราร้อยละ 9 ต่อปี โดยในปีที่ผ่านมา คนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศ สูงถึง 170,032 ล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นการจับจ่ายสินค้าแบรนด์เนมที่มีจำหน่ายในไทยสูงถึง 50,840 ล้านบาท
ทั้งนี้สมาคมเสนอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือและกระตุ้นการจับจ่ายผ่าน 5 ข้อเสนอ ทั้งนโยบายกระตุ้นแบบระยะสั้นและยาว ได้แก่ 1. ภาครัฐควรผลักดันนโยบายด้านการท่องเที่ยวเชิงช็อปปิ้งอย่างจริงจัง 2.หามาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศต่อเนื่อง โดยมุ่งไปยังผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง 3.ออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงโลว์ซีซั่น 4. พิจารณาการใช้มาตรการทางภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น
5.ผลักดันนโยบายดิวตี้ ฟรี ซิตี้ เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายของการช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยว โดยสร้างให้การช็อปปิ้งเป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไทย ซึ่งตอนนี้ได้เสนอภาครัฐบาลให้ใน 10 เมืองยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี หาดใหญ่ สมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย ซึ่งมองว่ามาตราการนี้สำคัญและควรทำมากที่สุด เพราะเป็นการกระตุ้นในระยะยาวและจะเห็นผลต่อเนื่องชัดเจน

