หน้าแรก เศรษฐกิจ ผลิตบรรจุภัณฑ...

ผลิตบรรจุภัณฑ์โตพรวด!!! ส.อ.ท.ชี้สาเหตุคนไทยนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

4.12.18 | 01:58 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และในฐานะประธานกิติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาทโดยคิดเป็นอุตสาหกรรมการพิมพ์ 40% บรรจุภัณฑ์ 60% โดยแนวโน้มอุตสาหกรรมการพิมพิ์และบรรจุภัณฑ์ปี 2561 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่คาดว่าจะขยายตัว10% จากปีก่อนเนื่องจากได้รับอานิสงค์จากการส่งออกของไทยที่เติบโต ประกอบกับการสั่งซื้อสินค้าของไทยผ่านระบบออนไลน์มีอัตราสูงขึ้นต่อเนื่องทำให้การใช้บรรจุภัณฑ์ในส่วนนี้เติบโตตามไปด้วย

“เราพบว่าคนไทยมีความนิยมในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นและช่วงเทศกาลปีใหม่ก็มีแนวโน้มจะมีการสั่งซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญด้วยเช่นกันซึ่งการส่งของถึงสถานที่ดังกล่าวทำให้ต้องมีการใช้บรรจุภัณฑ์มากขึ้น และคาดว่าแนวโน้มของบรรจุภัณฑ์จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2562 และคาดว่าสัดส่วนของตลาดบรรจุภัณฑ์เมื่อเทียบกับการพิมพ์น่าจะสูงขึ้นเช่นกัน”นายเกรียงไกรกล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์นั้นภาพรวมการเติบโตปีนี้น่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาเนื่องจากมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี โดยช่วงสิ้นปีนี้จะได้รับอานิสงค์ของการเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ที่บริษัทห้าง ร้าน ขนาดใหญ่ ได้มีการสั่งทำปฏิทินปี 2562 เช่น ธนาคาร บริษัทประกันภัย รัฐวิสาหกิจบางแห่ง เป็นต้นแต่ภาพรวมก็ยังคงทรงตัว เช่นเดียวกับการสั่งทำสมุดไดอารี่ ก็พบว่ามีการสั่งทำเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่เป็นหลักและทรงตัวเช่นกันเพราะส่วนใหญ่หันไปใช้แท็ปเล็ต มือถือ บันทึกแทน ส่วนการพิมพ์บัตรคำอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส.) ยอมรับว่าคำสั่งพิมพ์ยังคงลดลงต่อเนื่องแทบจะเหลือน้อยมากแล้วเนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้คนนิยมที่จะส่งคำอวยพรผ่านระบบมือถือทั้ง ระบบไลน์ เฟสบุ๊ค ฯลฯ เพราะมีทั้งรูปภาพและเสียงเข้าถึงผู้รับมากกว่า

นายเกรียงไกรกล่าวว่า การเลือกตั้งของไทยในปี 2562 นั้นจะมีผลให้เม็ดเงินงบประมาณกระจายผ่านไปยังสื่อให้คึกคักอีกครั้งหนึ่งแต่กระนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์คงจะได้รับอานิสงค์บ้างแต่ภาพรวมคงไม่มากนักเนื่องจากรูปแบบการหาเสียงของการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมาของไทยและรวมไปถึงกระแสจากต่างประเทศจะคล้ายกันที่จะหันไปกระจายการใช้สื่อโซเชียล และออนไลน์ มากขึ้น

“อดีตการหาเสียงของนักการเมืองจะนิยมใช้สื่อในรูปแบบการพิมพ์ เช่น โปสเตอร์ ใบปลิว รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร แต่ระยะหลังมานี้รูปแบบเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีจะเห็นได้ว่าสื่อสิ่งพิมพ์เองโดยเฉพาะนิตยสารต่างๆ ก็ปิดตัวไปพอสมควรหันมาออนไลน์กันแทนมากขึ้น ดังนั้นการเลือกตั้งจะทำให้ตลาดคึกคักในสื่อออนไลน์เป็นหลักส่วนสิ่งพิมพ์นั้นคงจะไม่หวือหวาอะไร”นายเกรียงไกรกล่าว

Advertisement