ผ่านพ้นไปด้วยดีสำหรับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ระดับเอเชีย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น ในรายการ“โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง เฟสติวัล 2018” (Toyota Gazoo Racing Festival 2018) ที่สนามฟูจิ สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
สนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูเขาไฟฟูจิ เคยใช้ในการแข่งขัน F1 ครั้งแรกในญี่ปุ่น และรายการแข่งขันระดับโลกอีกหลายรายการ จุผู้ชมได้ถึง 20,000 คน
การแข่งขันรายการดังกล่าวจะคัดเลือกตัวแทนนักแข่งจากทั่วญี่ปุ่น รวม 90 คน จากแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น ภาคละ 10-15 คน เพื่อเข้าร่วมในรอบชิงชนะเลิศ
นอกจากจะเป็นรายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่แล้ว ในงานยังนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแข่งขันจริง และแสดงสมรรถนะของรถยนต์รุ่นต่างๆ อีกมากมายให้ชมกันอย่างจุใจอีกด้วย
การแข่งขันครั้งนี้น่าตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้น เมื่อ 1 ใน 2 นักแข่งดาวรุ่งฝีมือดีของไทยจากรายการ “โตโยต้ามอเตอร์สปอร์ต 2018” ในรุ่นโคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ อย่าง เอิร์ธ-ชนินชา ปัญญารุ่งเจริญ สามารถผ่านรอบควอลิฟายด์ร่วมกับนักแข่งแถวหน้า
แต่ละคนมีดีกรีเป็นตัวแทนที่ผ่านการคัดเลือกมาจากแต่ละภูมิภาคทั่วญี่ปุ่นถึง 90 คน ด้วยรถยนต์โตโยต้า วิทซ์ (Vitz) เครื่องยนต์เบนซิน 1,500 ซีซี กว่าจะเข้าสู่การแข่งขันในรายการนี้
เมื่อเข้าสู่รอบการแข่งขันจริง เอิร์ธลงสนามด้วยรถหมายเลข 122 และออกจากกริดสตาร์ตในลำดับที่ 47 เมื่อเข้าสู่รอบการแข่งขันจริงครบ 8 รอบ ระยะทางรวม 36 กิโลเมตร ร่วมกับรถแข่งที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 53 คัน ผลปรากฏว่าเอิร์ธจบการแข่งขันโดยเข้าสู่เส้นชัยในลำดับที่ 41
สร้างชื่อเสียงให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ได้เป็นที่รู้จักขึ้นไปอีก






ความสำเร็จของนักแข่งไทยที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีผู้สนับสนุนอย่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ส่ง 2 นักแข่งไทยที่ทำคะแนนรวมสูงสุดในการแข่งขัน “โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2018” รุ่นโคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ ได้แก่ เอิร์ธ-ชนินชา จากทีม 33 Auto Ngao-Kollakarn และ โม-พุทธมนต์ ธนะพาสุข จากทีม CFON Racing Team เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันในรุ่น Netz Cup Vitz Race ด้วยรถยนต์ โตโยต้า วิทซ์ เครื่องยนต์เบนซิน 1,500 ซีซี ในเทศกาลแข่งขันรถยนต์ที่เรียกได้ว่าเป็นรายการใหญ่ระดับเอเชียเลยทีเดียว
แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับ โม-พุทธมนต์นักแข่งดาวรุ่งพุ่งแรงอีกรายของไทย ลงสนามควอลิฟายด์ร่วมกับนักแข่งระดับแนวหน้า ด้วยรถหมายเลข 222 คนละกลุ่มกับเอิร์ธ-ชนินชา เป็นแบบน็อกเอาต์ คัดเลือกผู้ทำเวลาได้ดีที่สุดใน 18 อันดับแรก แต่โมทำได้อันดับ 19 พลาดไปอย่างน่าเสียดาย
สำหรับ เอิร์ธ-ชนินชา ขับโกคาร์ทตั้งแต่อายุ 7 ขวบ พออายุ 14 ปี เริ่มแข่งขันรถยนต์ในรายการซุปเปอร์คาร์ ไทยแลนด์ และแข่งขันรถยนต์ในรายการต่างๆ มาเรื่อยๆ จนเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ครั้งนี้ เล่าถึงความรู้สึกภายหลังจบการแข่งขันว่า
“เป็นการแข่งขันที่สนุกและยอดเยี่ยมมากๆ ครับ ครั้งนี้ผมมีโอกาสลงสนามระดับโลกจริงๆ สนามมีความยากมากในการขับ ต้องใช้เทคนิคเยอะมาก สนามเป็นแบบโค้งและขึ้นลงเขา ผมได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ เช่น การใช้แอร์โรว์ไดนามิกในการแซง จุดเบรก จุดเร่ง ทุกอย่างสำคัญหมด ถ้าผิดพลาดไปนิดเดียวก็ต้องเสียเวลาแก้ไขไปอีกหลายโค้ง” เอิร์ธกล่าว และว่า สิ่งที่ประทับใจมากๆ คือทุกคนมีมารยาทและเคารพกฎกติกาอย่างเคร่งครัดในสนาม เป็นโอกาสดีมากที่ได้มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนๆ ที่สนใจกีฬามอเตอร์สปอร์ต ปีหน้าเปิดใจและมาลงสนาม เริ่มจากวันเมคเรซของโตโยต้า ขยันฝึกซ้อมและต่อยอดการลงแข่งเพื่อเก็บประสบการณ์ ก็จะมีโอกาสเช่นเดียวกัน
ขณะที่ โม-พุทธมนต์ บอกว่า ประสบการณ์ที่ได้จากครั้งนี้เยอะมาก รู้เลยว่าระดับโลกเป็นอย่างไร จะกลับไปปรับใช้ที่ประเทศไทยและจะพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
“ผมได้ประสบการณ์ใหม่เยอะมาก แม้ไม่เป็นไปตามเป้า แต่จะเป็นแรงผลักดันให้ผมฝึกฝนเพิ่มเยอะขึ้น และพยายามมากขึ้นไปอีก เทคนิคต่างๆ จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์สำหรับการแข่งขันในปีหน้าแน่นอน” โมกล่าว






นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ประธานบริษัท ทีอาร์ดี (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า มีรถที่สมัครเข้าแข่งขันในรายการนี้ 195 คัน ต้องคัดเลือกให้เหลือ 54 คัน การควอลิฟายด์จึงแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เอิร์ธ-ชนินชา และ โม-พุทธมนต์ แยกควอลิฟายด์คนละกลุ่ม โมไปอยู่ในกลุ่มที่นักแข่งเก่งเยอะ แต่ละกลุ่มจะคัดเลือกผู้ทำความเร็วสูงสุด 18 คันแรก จากเดิมตัดที่ 20 คันแรก แต่ปีนี้มีรถ CVT มาเข้าร่วมแข่งขันด้วย ให้โควต้า 5 คัน ทำให้ตัดแค่ 18 อันดับแรก โมได้อันดับที่ 19 แต่ถ้าดูเฉพาะเวลาแล้ว เอิร์ธกับโมทำเวลาต่างกันเพียง 0.001 วินาที วิ่งลงเวลาขนาดนี้ได้ แข่งที่นี่สบาย เพียงแต่จังหวะไม่ได้เท่านั้นเอง
“โตโยต้าพานักแข่งไทยมาร่วมในรายการนี้ที่ถือว่าเป็นรายการใหญ่ที่สุดของมอเตอร์สปอร์ต ไม่ใช่แค่ของญี่ปุ่น โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง เฟสติวัล ตอนนี้รวมทุกประเทศในโลก สังเกตดูว่าจะมีรถแข่งหรือนักแข่งจากต่างประเทศ ปีนี้นอกจากมี 2 นักแข่งไทยร่วมแล้ว ทางนี้ยังขอรถไฮลักซ์ รีโว มาดริฟต์โชว์ ทีมไทยแลนด์ยังมาร่วมแข่งในรายการซุปเปอร์จีทีตลอดทั้งซีรีส์ หนึ่งในโครงการของกาซู เรซซิ่ง ที่ซัพพอร์ตทีมเราอยู่” นายสุทธิพงศ์กล่าว
ประธานบริษัททีอาร์ดียังกล่าวถึงอนาคตของโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต ประเทศไทย ว่าอนาคตอาจจะเอาสนามฟูจิ สปีดเวย์ เป็นสนามตัดสินของรายการแข่งในไทย คือทุกประเทศส่งมาแข่งขันมาตัดสินที่นี่ ขณะนี้กำลังคุยกันอยู่
นอกจากการแข่งขันรายการนี้แล้ว ปีนี้ประเทศไทยยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกเหนือจากการส่ง 2 นักแข่งลงสนาม คือดริฟต์ เอ็กซ์ตรีม ไทยส่งรถไฮลักซ์ รีโว ฝีมือดัดแปลงจากคนไทยไปร่วมโชว์
รวมทั้งส่ง 2 นักแข่ง ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ และ ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ จาก “อาร์โต้ แพนเธอร์ทีมไทยแลนด์” โชว์ใน ซุปเปอร์ จีที เดมอนสเตรชั่นเป็นการรวมรถซุปเปอร์ จีที ถึง 11 คัน มาโชว์ภายในงานอีกด้วย
นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของนักแข่งไทยที่มีโอกาสลงแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ เพื่อยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศให้เป็นที่รู้จักยิ่งๆ ขึ้นไปอีกในระดับนานาชาติ
———-
จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ

ชนินชา ปัญญารุ่งเจริญ (เอิร์ธ)
ทีม 33 Auto Ngao-Kollakarn
– จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสารสาสน์เอกตรา
– ปัจจุบันศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขา Aeronautic Engineering
ประสบการณ์แข่งขัน
Thailand Superkart
– แชมป์ประจำปีรุ่น Komer ปี 2004
– แชมป์ประจำปีรุ่น Puma ปี 2006
– รองแชมป์ประจำปีรุ่น Rok Jr. ปี 2007
– รองแชมป์ประจำปีรุ่น Rok Jr. ปี 2008
Thailand Supercar
– รองแชมป์ประจำปีรุ่น Production Class C ปี 2011
– แชมป์ประจำปีรุ่น 1500 CC Open Jr. ปี 2012
Grand Prix
– แชมป์ประจำปีรุ่น 1500 Modify Class C ปี 2014
– รองแชมป์ประจำปีรุ่น 1500 Production ปี 2014
RAAT Endurance
– รองชนะเลิศอันดับ 3 สนามที่ 1 และ 2 ปี 2017
600 Minutes Endurance
– รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่น D4 ปี 2017
True vision Super One Race
– แชมป์ประจำปีรุ่น 1500 Modify ปี 2014
– แชมป์ประจำปีรุ่น 1500 One Make Race ปี 2014
Toyota Motorsport
2014 :
– รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่น Vios
– รองชนะเลิศอันดับ 1 สนามภูเก็ต
– ชนะเลิศอันดับ 1 สนามบางแสน
2016 :
– รองชนะเลิศอันดับ 4 รุ่น Altis
– รองชนะเลิศดันดับ 1 สนามบางแสน
2018 :
– รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่น Altis
– รองชนะเลิศอันดับ 1 สนามช้าง
– รองชนะเลิศอันดับ 1 สนามเชียงใหม่
– รองชนะเลิศอันดับ 4 สนามภูเก็ต

พุทธมนต์ ธนะพาสุข (โม)
ทีม CFON RACING TEAM
– จบการศึกษาระดับประถม-มัธยมจากโรงเรียนกรุงเทพ
คริสเตียน
– จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
– จบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก Middlesex University, Major E-Marketing and Social Media
– ปัจจุบันทำงานอยู่ที่บริษัท CFON Container Service (บริษัทของครอบครัว)
ประสบการณ์แข่งขัน
Bangsaen Grandprix 2016
– ชนะเลิศ รุ่น RAAT Endurance 6 Hours D2
600 Minutes Endurance
– รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่น D4 ปี 2017
Super Turbo 2018
– รองชนะเลิศอันดับ 4 สนามช้าง รุ่น D4 Jnr
KKC 100 R Endurance
– ชนะเลิศ รุ่น OPEN
Toyota Motorsport
2016 :
– รองชนะเลิศอันดับ 4 สนามช้าง
2017:
– รองชนะเลิศอันดับ 3 รุ่น Vios
– รองชนะเลิศอันดับ 1 สนามภูเก็ต
– รองชนะเลิศอันดับ 4 สนามบางแสน
– รองชนะเลิศอันดับ 4 สนามนครราชสีมา
– รองชนะเลิศอันดับ 4 สนามเชียงใหม่
2018:
– รองชนะเลิศอันดับ 3 รุ่น Altis
– ชนะเลิศ สนามภูเก็ต

