จากกรณีที่สนช.ผ่านร่างกฎหมายเก็บภาษีคนขายของออนไลน์ และหากรับเงินโอน3,000 ครั้งต่อปี จะโดนสรรพากรสอบ เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
“มติชนออนไลน์” สอบถามความเห็นของผู้อ่านว่า เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร
ผลปรากฏว่า คะแนนมีความใกล้เคียงกันมาก ทั้งบนทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก โดยบนทวิตเตอร์ มีผู้ที่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายเก็บภาษีคนขายของออนไลน์ถึง 52 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 48 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย
ส่วนบนเฟซบุ๊ก มีผู้ที่เห็นด้วย 49.6 เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วย 50.4 เปอร์เซ็นต์
โดยผู้ที่เห็นด้วย ส่วนใหญ่มองว่า เรื่องการเสียภาษี เป็นหน้าที่ของประชาชนผู้มีรายได้ทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า หากรัฐทำให้ทุกคนเห็นว่า เงินภาษีที่เสียไปจะได้กลับมาพัฒนาประเทศอย่างโปร่งใส ก็จะยินดีที่จะเสียภาษีอย่างแน่นอน
อีกความเห็นหนึ่ง ระบุว่า การที่ผู้ขายของออนไลน์ไม่เสียภาษี เป็นการเอาเปรียบคนที่มีหน้าร้านที่ต้องเสียทั้งภาษี ค่าเช่า ใบอนุญาต แถมออนไลน์ยังมีการขายราคาที่ถูกกว่าหน้าร้านอีก เนื่องจากพวกที่มีหน้าร้านจะต้องเสียเงินจ่ายภาษี
ผู้อ่านอีกรายหนึ่ง ระบุว่า ทำการค้าแล้วไม่จ่ายภาษีถือว่าเข้าข่ายโกง แล้วยังมีข้อแก้ตัวสารพัดว่าทำไมถึงไม่อยากจ่าย ที่ถือว่าเป็นขั้้นสุดยอดของสุดยอดทางความคิดที่จะโกง เพราะมีเหตุให้โกง
ส่วนฟากที่ไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีคนขายของออนไลน์ ความเห็นหนึ่ง ระบุว่า ใครที่เห็นด้วยแล้วจะรู้สึก ถ้าสักวันหนึ่งจำเป็นต้องซื้อของออนไลน์แล้วถูกชาร์จเงินเพิ่ม ทุกอย่างไม่ได้ฟรี ถูกชาร์จมาก่อนซื้อแล้ว อย่างนำเข้าก็ต้องเสียภาษีรอบหนึ่ง พอมาถูกชาร์จซ้ำ ต้นทุนก็เพิ่ม ก็ต้องขายของถูกแบบเดิมไม่ได้อีก สุดท้าย ก็เอื้อนายทุนรายใหญ่ตามเคย โอกาสซื้อของถูกออนไลน์ได้น้อยลง
อีกความเห็นมองว่า ถ้าเป็นห้างร้านบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัดใหญ่ๆ ก็ค่อยน่าเก็บภาษี แต่ถ้าเป็นคุณแม่หาเงินซื้อนมเลี้ยงลูก ขายเสื้อผ้าเด็กทางออนไลน์ ช่วยสามีอีกทางหนึ่ง ก็ไม่สมควรเก็บ
โดยสามารถอ่านความคิดเห็นทั้งหมดได้ที่

