“สมคิด”เร่งรัด2กระทรวง รับมือผลกระทบออนไลน์ และจี้ลดราคาปุ๋ย 30%

7.12.18 | 18:22 น.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นพ้องในการเร่งรัด 2 เรื่อง คือ กลไกการค้าโลกและการค้าในประเทศกำลังเปลี่ยนแปลงรุนแรง ผลจากการค้าออนไลน์เข้ามามีบทบาทและเติบโตก้าวกระโดด ซึ่งมีการขนส่งพัสดุจาก 7-8หมื่นชิ้น/วัน เป็นกว่า 1 ล้านชิ้น อาจกระทบต่อการค้าทั่วไป จึงมีแผนยกระดับร้านค้าย่อย(ร้านโชห่วย)และร้านธงฟ้าประชารัฐ 2-3 แสนร้านค้าทั่วประเทศ สามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ด้วย

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า อีกเรื่องคือ ช่วยลดต้นทุนสินค้าเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ย ซึ่งเป็นสัดส่วนต้นทุนการผลิต 30% และปัจจุบันราคาปุ๋ยอยู่ระดับสูงมาก เพราะต้องนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตในประเทศ แม้กำหนดให้ปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุม แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังใช้วิธีการซื้อปุ๋ยแบบสินเชื่อ จึงทำให้ต้นทุนสูง ภาครัฐจึงมีเป้าหมายช่วยลดต้นทุนในการซื้อปุ๋ยลงกว่า 30% เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปุ๋ยในราคาไม่สูง โดยจะขอความร่วมมือกับผู้ผลิตปุ๋ยลดราคาปุ๋ยสำเร็จรูปแบบตักและปุ๋ยผสม และเชื่อมโยงกระจายการขายผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มี 30,000 แห่งทั่วประเทศ โดยให้สหกรณ์การเกษตรกว่า 700 แห่งเป็นผู้ผลิตและกระจายให้สมาชิก 1 แห่งต่อ 1 อำเภอ ที่ตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยราคาต่ำกว่าท้องตลาดให้เกษตรกรโดยตรง

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มแบงก์) จะปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรซื้อปุ๋ย และกรมการค้าภายในศึกษาการกำหนดราคาตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งมีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เสนอเป็นผู้ผลิตและนำเข้าปุ๋ยราคาถูก

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า มาตรการนี้ กระทรวงฯจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัปดาห์หน้าเห็นชอบ เพื่อดำเนินการได้ภายใน 1-2 เดือน คาดเกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 30 ล้านคน และช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท หากคำนวนจากราคาถูกลง 30% ของมูลค่าตลาดปุ๋ยเคมี 98,000 ล้านบาท เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระเกษตรกร ไม่ได้เกี่ยวกับการหาเสียงแต่อย่างใด แต่ที่พาณิชย์เพียงกระทรวงเดียวหรือกระทรวงเกษตรฯเพียงกระทรวงเดียว ไม่สามารถทำได้จึงต้องระดมกำลังและสมองร่วมกัน เพื่อเร่งรัดให้ออกมาได้เร็วที่สุด