นายศักดิ์ดา พรรณไวย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจและการเงิน บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดอนเมืองโทลล์เวย์ ได้มีการจัดทำแผนลงทุนทางด่วนอัจฉริยะ ด้วยงบลงทุนกว่า 900 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561-63 ภายใต้ชื่อ Smart Project (สมาร์ทโปรเจค) ซึ่งโครงการประกอบด้วยแผนติดตั้งกล้องวงจรปิด แผนพัฒนาด่านเก็บเงินและแผนลงทุนงานระบบอัจฉริยะ อาทิ การปรับปรุงระบบจัดเก็บค่าผ่านทางแบบ Manual Toll Collection System (MTC) เพื่อทดแทนระบบเดิม รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเชื่อมโยงระบบกับระบบ M-Pass (เอ็ม-พาส) และ EasyPass (อีซี่พาส) เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด คาดแล้วเสร็จภายในปี 2562 และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการปลายปี 2563
นายศักดิ์ดา กล่าวว่า จะเริ่มดำเนินการจากแผนลงทุนระบบกล้องอัจฉริยะ ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อติดตามสภาพการจราจรบนทางด่วน จะช่วยยกระดับเมืองหลวงไปสู่สมาร์ทซิตี้ตามนโยบายของรัฐบาล สำหรับกล้องสามารถรายงานภาพรถติดแบบเรียลไทม์ในแต่ละช่วงของทางด่วนได้ พร้อมทั้งคำนวณเวลาการเดินทางก่อนส่งข้อมูลไปยังป้ายรายงานสภาพจราจรขนาดใหญ่ ซึ่งจะติดตั้ง 5-10 จุด บนทางยกระดับและบนพื้นดิน นอกจากนี้กล้องอัจฉริยะยังมีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนทางยกระดับ ทำให้สามารถส่งเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือได้ภายใน 10 นาที จะช่วยลดระยะเวลาการเข้าถึงลงเกือบ 1 เท่าตัว จากปัจจุบัน 20-30 นาที รวมถึงมีระบบเเจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เมื่อมีวัตถุตกลงบนพื้นถนนทางยกระดับ เพื่อช่วยให้สามารถตามหาเจ้าของได้ภายในทันที พร้อมทั้งส่งผลให้มีโอกาสได้รับสิ่งของคืนเพิ่มมากขึ้น
นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ในส่วนของแผนลงทุนปรับปรุงระบบจัดเก็บค่าผ่านทางทั้งระบบเดิมรูปแบบเงินสด(MTC) ใช้งบกว่า 300 ล้านบาท และการพัฒนาระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ( ETC )ใช้งบกว่า 100 ล้านบาท เพื่อรองรับให้สามารถใช้ร่วมกับระบบ M-Pass บนมอเตอร์เวย์ ของกรมทางหลวง (ทล.) และระบบ Easy Pass ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ถือเป็นการชำระค่าทางด่วนผ่านบัตรเป็นครั้งแรกของโทลล์เวย์ เบื้องต้นในส่วนของช่องเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ จะดีไซน์คล้ายกับมอเตอร์เวย์ และทางพิเศษ 1 ช่องทางด้านขวา อีกทั้ง ยังมีแผนลงทุนขยายและพัฒนาด่านเก็บเงินรวมถึงการขยายคอขวดบนทางยกระดับโทลล์เวย์อีกหลายจุด ใช้งบกว่า 200 ล้านบาท
“ สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนโทลล์เวย์ปัจจุบันเฉลี่ยปีละกว่า 200 ครั้ง พบว่ากว่า 50% เป็นอุบัติเหตุจากการชนท้ายกัน ส่วนด้านอุบัติเหตุร้ายแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตนั้นไม่มีมาหลายปีแล้ว จึงเชื่อว่าการพัฒนาทางด่วนอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหาจัดการจะสามารถลดอัตราได้มากขึ้น โดยการลงทุนครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพทางด่วนให้ประชาชนใช้บริการอย่างสะดวกมากขึ้น รวมถึงเป็นการคืนกำไรให้สังคม จนถึงการแก้ไขรถติดระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสีรอบกรุงเทพและยังเป็นการส่งเสริมสังคม 4.0 ด้วย ” นายศักดิ์ดา กล่าว

