เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผอ.อาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)สำนักงานภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าสำคัญภาคใต้หดตัว จากผลของราคาที่ลดลงเป็นสำคัญ สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง ขณะเดียวกันผลผลิตภาคเกษตรชะลอตัวและราคายังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้รายได้เกษตรกรยังหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัว
นายสันติเปิดเผยว่า การท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวจากระยะเดียวปีก่อนร้อยละ 11.4 ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน เป็นผลจากนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่ลดลง ผลกระทบเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต และเงินรูเบิลรัสเชียอ่อนค่าหลังจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐ แต่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย เอเชีย(ยกเว้นจีน) และยุโรปขยายตัว มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน ร้อยละ 2.5 และหากไม่รวมหมวดอากาศยาน เรือแท่นและรถไฟ การส่งออกลดลงร้อยละ 5.5 จากปัจจัยด้านราคาเป็นสำคัญ โดยมูลค่าลดลงในทุกหมวดสินค้าสำคัญภาคใต้ ขณะเดียวกันการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ 3.0 โดยการผลิตยางพาราแปรรูปหดตัว ผลกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความต้องการใช้ยางของคู่ค้า
“การผลิตอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปลดลงจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบดิบและการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การผลิตน้ำมันปาล์มดิบลดลงตามวัตถุดิบที่ลดลง ส่วนการผลิตไม้ยางและผลิตภัณฑ์หดตัวจากผลของการเข้มงวดเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของจีน การผลิตถุงมือยางและอาหารทะเลกระป๋องขยายตัวต่อเนื่อง” นายสันติกล่าว
นายสันติกล่าวอีกว่า ผลผลิตเกษตรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 4.0 ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน โดยผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลงเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลผลิตกุ้งขาวลดลงตามการลงลูกกุ้งที่ลดลงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ผลผลิตยางขยายตัวตามพื้นที่เปิดกรีดใหม่และสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ด้านราคาสินค้าเกษตรสำคัญภาคใต้หดตัวร้อยละ 16.5 โดยราคายางพาราลดลง ผลกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ และสต๊อกยางเซี่ยงไฮ้อยู่ในระดับสูง

