นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา แบรนด์จระเข้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง จากการดำเนินธุรกิจภายใต้ 2 แบรนด์หลักคือ จระเข้ และชาละวัน โดยได้ขับเคลื่อนธุรกิจผ่านแผนและกลยุทธ์ทางการตลาดคือ การโฟกัสกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก จัดกิจกรรมเชิงรุกให้เข้าถึงและเกิดการมีส่วนร่วมโดยเฉพาะการได้ใช้ผลิตภัณฑ์จริง โดยปีที่ผ่านมาจระเข้น มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ดีจากมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจบ้านและการก่อสร้าง ปัจจุบันจระเข้เป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดกาวซีเมนต์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งตลาด 50%
นายศุภพงษ์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผลิตภัณฑ์ของ จระเข้ ได้รับการรับรองมาตรฐานมอก. 2703-2559 ในสินค้ากาวซีเมนต์จระเข้เงิน จากกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ จระเข้ ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับมาตรฐานการันตีดังกล่าว และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่มีต่อสินค้าในเครือจระเข้ ทางจระเข้จึงได้ขยายกำลังการกระจายสินค้าตามความต้องการของลูกค้าที่ส่งถึงแบรนด์ที่มากขึ้น ด้วยการทุ่มงบประมาณมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท สร้างโกดังแห่งใหม่ บนพื้นที่ 4,500 ตรม. ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี โดยออกแบบพิเศษเป็นแนวตั้ง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่เก็บสินค้าได้มากพอต่อการสั่งซื้อที่เพิ่มมากขึ้น และคาดว่า จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปลายปี 2561 นี้
“ในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่า จะสร้างยอดขายได้ 2,600 ล้านบาท สัดส่วนยอดขายจากในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10% และคาดว่า จะเพิ่มเป็น 2,800 ล้านบาท ในปี 2562 โดยทิศทางการทำตลาดในปี 2562 บริษัทได้วางกลยุทธ์บุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะเวียดนาม พร้อมตั้งเป้าให้สัดส่วนยอดขายต่างประเทศเพิ่มเป็น 30% และในประเทศ 70% นายศุภพงษ์ กล่าว
ขณะที่ ด้านผลิตภัณฑ์จะมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ พวกเคมีสำหรับการก่อสร้าง และเน้นการสื่อสารออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบันช่องทางจำหน่ายของ บริษัทครอบคลุมตลาดอย่างทั่วถึง โดยมีตัวแทนจำหน่าย ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กว่า 4,000 ราย และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มากกว่า 70 แห่ง


