มติชน สมาร์ทบิซ 5 พ.ค.2559
นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในประเทศจะเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดทั้งหมด ส่วนบัตรเดิมที่เป็นแถบแม่เหล็กซึ่งปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 60 ล้านใบทั่วประเทศที่ใช้อยู่นั้น ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจะทยอยเปลี่ยนเป็นบัตรตามมาตรฐานชิบการ์ดของไทยภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เพื่อเป็นการยกระดับระบบการชำระเงินของประเทศให้เป็นมาตรฐานสากล และถือเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ถือบัตรมีความมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาการปลอมแปลงบัตรในประเทศ ที่เกิดจากช่องโหว่ของบัตรแบบแถบแม่เหล็ก ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล หรือ skimming สูงกว่า
นอกจากนี้ บัตรชิปการ์ดยังสามารถใช้ชำระสินค้าและบริการที่ร้านค้าผ่านเครื่องรับบัตร หรือ POS (พีโอเอส) แทนการใช้เงินสด ซึ่งสอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกรวมถึงในภูมิภาคอาเซียน โดยปัจจุบันตู้เอทีเอ็มกว่า 80% สามารถรองรับบัตรแบบชิปการ์ดได้แล้ว
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยได้กำหนดมาตรฐานชิปการ์ดของไทย เพื่อใช้กับบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ออกในประเทศ เพื่อให้ลูกค้าธนาคารต่างๆ สามารถใช้งานเครื่องเอทีเอ็มระหว่างกันได้ โดยได้ดำเนินการปรับปรุงไปแล้วกว่า 86% อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนจากบัตรแถบแม่เหล็กมาเป็นแบบชิปการ์ดมีต้นทุนค่อนข้างสูง จึงอาจส่งผลให้อัตราค่าธรรมในการให้บริการ รวมถึงค่าธรรมเนียมในการออกบัตรแพงขึ้น แต่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ธนาคารจะยังคงอัตราค่าธรรมเนียมตามเดิม

