นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ 5G ที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 ว่า นอกจากสิ่งที่ กสทช.พยายามจะขับเคลื่อน ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องปูทางเพื่อสอดรับ 5G ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ไพรเวซี่ หรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องด้วยเมื่อมี 5G เกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมา คือ อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือไอโอที คือ การที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลถึงกันได้ด้วยอินเตอร์เน็ต โดยการเชื่อมโยงเหล่านี้ ผู้คนจะสามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต กระทั่งก่อให้เกิดเป็นระบบสมาร์ทต่างๆ อาทิ สมาร์ทดีไวซ์, สมาร์ทกริด, สมาร์ทโฮม และสมาร์ทเน็ตเวิร์ก ซึ่งผลที่จะตามมาคือ กลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า ที่เกิดจากการรวบรวมข้อมูลการใช้งาน หรือพฤติกรรมของผู้ใช้งาน นำไปสู่การคิดวิเคราะห์ และสร้างสรรค์อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมาย
นายก่อกิจกล่าวว่า 2.เซฟตี้ หรือการรักษาความปลอดภัย เมื่อมี 5G เกิดขึ้น คลื่นความถี่จะกระจายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งหากไม่มีการจัดทำระบบเซฟตี้ และไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยจากการใช้งานคลื่นความถี่ ผู้ใช้งานก็จะเกิดความหวั่นวิตก ไม่เชื่อมั่น กระทั่งต้องการที่จะกลับไปสู่ยุคของระบบ 2G และ 3G อีกครั้ง นำพาไปสู่การเสียโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทั้งนี้ จากการเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือระดับโลกว่าด้วยนโยบายด้านสุขภาพและการวิจัยเกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือกลอร์ คณะนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลกระบุว่า จากการศึกษากรณีการส่งคลื่นสัญญาณเฉพาะโทรศัพท์เคลื่อนที่จากสถานีฐานก็ยังไม่พบหลักฐานว่าคลื่นความถี่มีผลต่อสุขภาพ ขณะที่หลังจากนั้นองค์การอนามัยโลกยังศึกษาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพร่างกายกับการปล่อยคลื่นความถี่จากอุปกรณ์ไร้สายและสถานีส่งสัญญาณคลื่นโทรศัพท์ ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ใดๆ อีกเช่นกัน
นายก่อกิจกล่าวว่า 3.ซีเคียวริตี้ ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเป็นกังวลมากนัก เนื่องด้วยมีการจัดตั้งศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือเอ็ตด้า ที่มุ่งเน้นการประสานงานกับหน่วยงานในเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ ในการแก้ไขเหตุภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำหรับบทบาทของ กสทช.นั้น แนวทางที่กำหนดไว้ คือ การสนับสนุนนโยบายรัฐบาลตามยุทธศาสตร์ชาติ 5G ได้แก่ 1.ทบทวนเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ 2.ทบทวนเงื่อนไขการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ 3.ปรับปรุงหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 5G ใหม่ 4.กำหนดหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่หลายย่านพร้อมกัน (มัลติแบนด์) และ 5.ตั้งศูนย์การทดลอง ทดสอบ 5G ในกรุงเทพฯ
“ก่อนจะไปถึงยุค 5G เราต้องเริ่มเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด ที่จะยังคงความคิดแบบเดิมไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่รอบๆ ตัว ฉะนั้น จึงต้องเร่งปรับตัว เพื่อให้สามารถสอดรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการปรับตัวได้เร็ว ก็จะได้รับประโยชน์ก่อน” นายก่อกิจกล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


