นายปานเทพ บัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวภายหลังเดินทางมายื่นหนังสือต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ว่า ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยรังสิตและสภาแพทย์แผนไทย ได้เดินทางมายื่นคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เพิกถอนการประกาศโฆษณาและไม่รับคำขอจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์จากสารสกัดที่มาจากพืชกัญชาหรือมีส่วนผสมของกัญชาทันที ทั้งนี้ ได้มีการขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้ และคาดว่าเรื่องนี้จะต้องได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 23 มกราคม 2562
” ในวันนี้คณะกรรมาธิการพิจารณาพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ได้มีการหารือร่วมกับไบโอไทย นักวิชาการจากกลุมศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟที ว็อช) รวมถึงคณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิบัตรกัญชาและแนวทางการคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน และคาดว่าทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องกัญชาและยาเสพติดให้โทษ ทางเราก็อยากขอให้คณะฯพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะเรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และอาจมีผลต่อคะแนนเสียงของการเลือกตั้งในครั้งนี้อีกด้วย ” นายปานเทพ กล่าว
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า ทาง ม.รังสิตได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าได้มีการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธบัตรการประดิษฐ์จากสารสกัดที่มาจากพืชกัญชาหรือส่วนผสมของกัญชา รวมทั้งสิ้น 31 คำขอ ซึ่งในจำนวนนี้มีคำขอจดสิทธิบัตรที่ได้ประกาศโฆษณาคำขอสิทธิบัตรไปแล้ว จำนวน 5 คำขอ มีการยื่นคำชอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ จำนวน 1 คำขอ และคำขอที่เหลืออยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตรตามกระบวนการของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจากข้อเท็จจริงดังกล่าว อาจทำให้ชาติและประชาชนเสียผลประโยชน์หากมีการผูกขาดในการใช้การประดิษฐ์ และยังมีความกังวลในเรื่องของการคงคำขอรับสิทธิบัตรของบริษัทต่างชาติไว้ ซึ่งเป็นคนขอที่ผิดกฎหมาย จึงอยากจะให้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
พลเรือเอกชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ทางสภาการแพทย์แผนไทย มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับม.รังสิต ซึ่งจากการพิจารณาแล้วเห็นสมควรให้มีการดำเนินการดังนี้ 1.ขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือผู้มีอำนาจในการจดทะเบียนสิทธิบัตร ทำการเพิกถอนสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์จากสารสกัดกัญชาทุกฉบับที่ได้จดทะเบียนแล้ว (ถ้ามี) 2.ขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือผู้มีอำนาจในการจดทะเบียนสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์จากสารสกัดกัญชาทุกฉบับที่รับคำขอดำเนินการยกคำร้องขอจดทะเบียนสิทธิบัตรทุกฉบับ
พลเรือเอกชาญชัย กล่าวอีกว่า 3.ขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนดกฎที่เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข หรือออกระเบียบให้มีการตรวจสอบว่าคำขอรับสิทธิบัตรใดเป็นการขัด หรือมีผลกระทบต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 หรือไม่ ก่อนมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรนั้นๆ รวมถึงส่งข้อมูลรายละเอียดเพื้อให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่เป็นหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบตามกฎหมายตรจสอบพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ และ 4.ขอให้ดำเนินการตามคำขอทั้ง 3 ข้อ ภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ ทั้งนี้ หากมีเหตุขัดข้องประการใดโปรดแจ้งให้ทราบด้วย เพื่อสภาการแพทย์แผนไทย จะได้พิจารณาดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการยื่นหนังสือ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ส่งเจ้าหน้าที่มารับหนังสือ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะนำเสนอหนังสือร้องเรียนเสนอผู้บริหารระดับสูงต่อไป
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


