หน้าแรก เศรษฐกิจ ปัจจัยเสี่ยงม...

ปัจจัยเสี่ยงมีมาก คลังชี้ปี62คาดเศรษฐกิจโตแค่4%

12.12.18 | 14:29 น.
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนา”ทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีการเลือกตั้ง 2562” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ ในไตรมาสที่ 1-2 ทำได้ดีมาก จีดีพีอยู่ที่ 4.8% แต่ในไตรมาสที่ 3 ร่วงลงมาเหลือ 3% กว่าๆ ทำให้คาดว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี จีดีพีจะปรับตัวลดลงมากกว่า ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกประเทศที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย รวมถึงปัจจัยในประเทศในภาคการบริการ อย่างภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลดลง นักท่องเที่ยวจีนหายไป ส่วนหนึ่งเพราะอุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตและสถานการณ์เศรษฐกิจของจีนเองไม่ค่อยดี เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าจึงเที่ยวต่างประเทศน้อยลงและหลายประเทศประสบปัญหาเดียวกัน ซึ่งเศรษฐกิจไทยได้ผ่านการเติบโตสูงสุดมาแล้วช่วงไตรมาส 1-2 ของปีนี้ เห็นได้จากการส่งออกโตถึง 10% แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อส่งออกไทย จึงเป็นตอกย้ำว่าจากนี้ไทยต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ ระบบราชการ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ปี 2562 เศรษฐกิจไทยคงขยายได้ไม่เท่าปีนี้ และคาดว่าจะขยายตัว 4% เพราะมีปัจจัยเสี่ยง คือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน แม้เลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีการนำเข้าเป็น 25% ไปอีก 90วัน แต่คาดว่าปัญหาจะยังไม่จบลงง่ายๆ เนื่องจาก 2 ประเทศเจรจากันแบบไม่อยากให้ประเทศใดมีเศรษฐกิจดีกว่าตนเอง และหากการพักรบไม่เป็นผล คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อทั่วโลกมากขึ้น และกระทบต่อการส่งออกไทย อีกเรื่องคือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯต่อเนื่องถือเป็นการดึงเงินกลับเข้าประเทศ จะทำให้เงินไหลกลับสหรัฐฯ จะส่งผลให้ตลาดเงินโลกผันผวนได้ แต่ไทยยังมีการบริหารจัดการได้ดี อัตราเงินเฟ้อต่ำ ทุนสำรองสูง และมีเงินทุนไหลเข้า จึงทำให้ไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่าประเทศอื่น โดยไทยมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแน่นอน

“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ ถือว่าค่อนข้างดี การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องถึง 4 ไตรมาส การบริโภคขยายตัวต่อเนื่องถึง 6 ไตรมาส ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังเชื่อว่าจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น แม้ยังไม่มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลหลังการเลือกตั้งก็ตาม จากหารือกับนักลงทุนชาวต่างชาติ สิ่งที่ยังวิตกคือเรื่องความไม่สงบหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ที่บางคนอาจยอมรับและลงทุนได้ แต่หลายคนขอรอดูสถานการณ์ในช่วงนั้นก่อน จึงจะตัดสินใจว่ามีความน่าลงทุนหรือไม่” นายอภิศักดิ์ กล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

Advertisement

เพิ่มเพื่อน