นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประมาณต้นปี 2562 กระทรวงเกษตรฯจะสรุปตัวเลขเป้าหมายผลผลิตข้าวในปีการผลิต 2562/63 เบื้องต้นคาดว่าเพิ่มขึ้นจากปีการผลิต 2561/62 ประมาณ 1 ล้านตัน หรือมีผลผลิตข้าวทั้งปีประมาณ 33-34 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งการเพิ่มขึ้นของผลผลิตข้าว คาดว่าจะไม่กระทบกับราคาที่เกษตรกรขายได้ โดยข้าวหอมมะลิยังน่าจะขายได้ในราคาใกล้เคียงปีก่อนหน้า คือ ประมาณ 18,000 บาท/ตัน ส่วนข้าวขาวก็ลดหลั่นลงไป แต่ปัญหาราคาและผลผลิตข้าวของไทยจากนี้ไม่น่ามีปัญหาแล้ว ซึ่งราคาข้าวพรีเมียมของไทยยังราคาดีและมีแนวโน้มตลาดต้องการอีกมาก เพราะในแต่ละปีไทยส่งออกข้าวพรีเมียม โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ จำนวนไม่มากประมาณ 2 ล้านตัน ส่วนที่เหลืออีก 2 ล้านตัน ข้าวสารก็บริโภคในประเทศ ซึ่งกรมการข้าวกับกระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าโปรโมตข้าวไทยให้เป็นที่รู้จักของทั่วโลกต่อไป
“ช่วงประมาณกันยายนถึงตุลาคม จะมีขบวนการปล่อยข่าวลือตลอดทุกปี เรื่องข้าวไทย ว่ามีข้าวปริมาณมาก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ อาจเกิดคาดหวังให้มีการราคาลดต่ำลง กดราคาของชาวนาที่จะขายได้หลังราคาเก็บเกี่ยว กรมการข้าวได้ลงพื้นที่ทุกครั้งตลอด 3 ปีที่มีข้าวซ้ำเติมชาวนา ปรากฏว่า ปริมาณข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไม่ได้มีมากเกินความต้องการ ซึ่งความจริงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในตลาดโลก รวมถึงขณะนี้ไทยมีสต๊อกข้าวจากการจำนำเหลืออยู่ ส่งผลให้ราคาข้าวจากนี้ต่อไปไม่น่ามีปัญหา ชาวนายังคงขายได้ราคาใกล้เคียงปีนี้แน่นอน” นายอนันต์กล่าว
นายอนันต์กล่าวต่อว่า นอกจากความประณีตในเรื่องของการประกอบอาชีพของชาวนามีมากขึ้น พร้อมกับภาคเอกชน โดยเฉพาะนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เริ่มเข้ามาทำโครงการประชารัฐเรื่องข้าวกับกระทรวงเกษตรฯ ถือเป็นความร่วมมือที่ทำให้ความสัมพันธ์อันดีเกิดขึ้นระหว่างพ่อค้ากับเกษตรกร เพราะเมื่อร่วมมือกันทำงาน พ่อค้าหรือเอกชนก็จะเข้าใจว่าชาวนามีความเสี่ยงด้านการประกอบอาชีพ ทั้งเรื่องของผลผลิต ราคา ส่วนชาวนาก็จะเลิกว่าพ่อค้าเอาเปรียบ
นายพายัพ ยังปักษี นายกสมาคมชาวนาและโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า เพิ่งผ่านฤดูเก็บเกี่ยวข้าวที่ผลผลิตออกมากระจุกตัวพร้อมๆ กัน เริ่มจากภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ประมาณ 20 ล้านตัน ทำให้รู้ว่าชาวนายังประสบปัญหาเรื่องของการสูญเสียข้าวจากการเก็บเกี่ยวจำนวนมาก เพราะขณะนี้ชาวนาไทยมีอายุมากขึ้น ส่วนใหญ่เริ่มใช้เครื่องจักร เริ่มใช้รถเกี่ยวข้าว ทำให้เกิดการสูญเสียในกระบวนการเก็บเกี่ยวประมาณ 10% หากหอมมะลิราคา 18,000 บาท/ตัน ชาวนาจะสูญเสียเงินจากราคาตกประมาณ 1,800 บาท/ตัน

