นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การที่ตัวเลขหนี้สินครัวเรือนในไตรมาสที่ 2/2561 มีการปรับเพิ่มขึ้นที่มูลค่า 12.34 ล้านล้านบาท หรือที่เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกันกับปี 2559 ที่เพิ่มขึ้น 3.8% และปี 2560 ที่เพิ่มขึ้น 4.6% ปัจจัยส่วนหนึ่งเนื่องจากการที่เศรษฐกิจมีการปรับตัวดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับที่ต่ำ และความต้องการซื้อรถยนต์และรถจักรยานที่เร่งตัวขึ้นตั้งแต่กลางปี 2560 เป็นต้นมา หลังจากเริ่มสิ้นสุดเงื่อนไขการถือครองรถยนต์อย่างน้อย 5 ปี ก่อนการโอนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ตามนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก (สิ้นสุดเงื่อนไขวันที่ 31 ธันวาคม 2560) ทั้งนี้ หากมองในภาพรวมสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) กลับพบว่า มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสัดส่วนที่สูงสุดในปี 2558 ที่ 80.8% ลดลงเป็น 79.3% และ 78.05% ในปี 2559 และปี 2560 และลดลง อยู่ที่ 77.5% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
นางชุตินาฏ กล่าวว่า ข้อมูลจากสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่ให้กับครัวเรือน ในไตรมาส 3/2561 มีสัดส่วนประมาณ 73% ของสินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ให้กับครัวเรือนรวม โดยเป็นการกู้ยืมเพื่อซื้อที่ดิน ที่อยู่อาศัย รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือได้ว่า เป็นการก่อหนี้ที่ทำให้เกิดการสะสมสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สัดส่วนในการให้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ อยู่ที่ 51.1% โดยเพิ่มขึ้น 6.4% และสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อยู่ที่ 23.8% หรือเพิ่มขึ้น 12.5% ขณะที่ สินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลอื่นๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ 25.8% หรือเพิ่มขึ้น 8.7%
ขณะที่ หนี้เพื่อการอุปโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาส 3/2561 เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2560 แต่ชะลอตัวลง 10.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2561
“การที่หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นนั้น ไม่น่ากังวล เพียงแต่ต้องเฝ้าระวัง เพราะการก่อหนี้เกินกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นการกู้เพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร ซึ่งก่อให้เกิดการสะสมสินทรัพย์เพิ่มขึ้นไป และหนี้เพื่อการอุปโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็มีการชะลอลงจาก 10.3% มาอยู่ที่ 7.8% อีกทั้ง ภาครัฐเองก็มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนทั้งในระบบและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่า จะไม่เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างแน่นอน” นางชุตินาฏ กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


