หุ้น’เอสไอเอสบี’ไม่ขัดหลักเกณฑ์พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

14.12.18 | 10:51 น.

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งถึงกรณีการเข้าซื้อขาย (เทรด) หุ้นของบริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือเอสไอเอสบี ว่า ก่อนการพิจารณาอนุญาตให้นำหุ้นใหม่ (ไอพีโอ) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ได้มีการหารือและส่งหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลและกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาของโรงเรียนเอกชน (ลีด เรกูเลเตอร์) ว่า เอสไอเอสบีสามารถดำเนินการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ได้หรือไม่ และในวันที่ 24 ตุลาคม 2561 สช. มีหนังสือตอบก.ล.ต. ว่าตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ไม่มีข้อห้ามหรือข้อจำกัดในการดำเนินการดังกล่าว อีกทั้งในการหารือสช.ก็มิได้เคยปรากฏว่า สช.มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่เอสไอเอสบี จะออกและเสนอขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด

ดังนั้นเมื่อ ก.ล.ต.ได้พิจารณาคุณสมบัติและพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของเอสไอเอสบีตามกฎเกณฑ์ภายใต้ พรบ.หลักทรัพย์ฯ แล้ว พบว่าเอสไอเอสบีมีคุณสมบัติตามที่กำหนด จึงไม่มีเหตุที่ก.ล.ต. จะปฏิเสธคำขอของเอสไอเอสบี ได้ ก.ล.ต.จึงได้มีคำสั่งอนุญาตไปเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 และต่อมาเอสไอเอสบี ได้เสนอขายหลักทรัพย์เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561

ทั้งนี้แนวทางในการพิจารณาหุ้นไอพีโอของก.ล.ต. นั้น จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอระดมทุนตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเน้นความโปร่งใสและดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอต่อผู้ลงทุน ซึ่งในกรณีที่มีข้อสังเกตว่า สถาบันการศึกษาไม่ควรมุ่งหวังผลกำไรเป็นหลักนั้น ก.ล.ต.ได้มีการสอบถามประเด็นดังกล่าว ซึ่งเอสไอเอสบี ได้ชี้แจงและเปิดเผยในหนังสือชี้ชวนว่าเอสไอเอสบี มีวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการพัฒนาการศึกษาและยกระดับมาตรฐานการศึกษาในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับระดับสากล โดยไม่ได้มุ่งแสวงหาผลกำไรสูงสุด และมีการระบุถึงบทบัญญัติของพ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดอำนาจของสช.ว่าในกรณีที่เห็นว่าค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นที่โรงเรียนกำหนดมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรเกินควร หรือเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร สช.มีอำนาจสั่งให้ลดลงตามที่เห็นสมควรได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า หุ้นบริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบตามพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน ประเภทโรงเรียนนานาชาติ โดยปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติในกลุ่มบริษัทมีจำนวนทั้งหมด 5 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพ โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์สุวรรณภูมิ โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เชียงใหม่ และโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เอกมัย

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

Advertisement

เพิ่มเพื่อน