เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่ห้องลานนา บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ‘เชียงใหม่ 2019 Smart Economy, Smart City ก้าวใหม่สู่อนาคตที่มั่นคง เพื่อระดมมุมมอง ความรู้ ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ จากกูรูทั้งภาครัฐ-ธุรกิจ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยมีนายสมหมาย ปาริฉัตต์ รองประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายพัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ให้การต้อนรับนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และสมาชิกจากหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และ TCDC เชียงใหม่ ตลอดจนภาคธุรกิจในพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วมการสัมมนาอย่างคั่บคั่ง
นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในหัวข้อ Smart Economy, Smart City (1) ว่า 46 ล้านคน หรือ 67% ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย แต่น่าจะใช้ชั่วโมงอินเตอร์เน็ตสูงที่สุดในโลก หรือสูงถึง 3 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และใช้สมาร์ทโฟนมากถึง 67% โดยใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อไปยังส่วนอื่นๆ เชิงธุรกิจหรืออุตสาหกรรม 1.2 ล้านคน เรียกว่าดิจิตอลเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีธุรกิจหลายตัวหายไปเพราะอินเตอร์เน็ต อาทิ ร้านเช่าวิดิโอ สาเหตุเพราะอินเตอร์เน็ตประหยัดกว่าดูได้ในสมาร์ทโฟนทุกเครื่องในมือ การช้อปปิ้งออนไลน์มาแทนที่ห้างสรรพสินค้า การบริหารการลงทุนในระบบซอฟแวร์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดไปจากการใช้อินเตอร์เน็ต คือ อินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง – Internet of Thing ภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีสิ่งที่เชื่อมต่อสูงขึ้นอีก 3 เท่า จะเปลี่ยนและสร้างโอกาสในอนาคต เกิดเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่าการเก็บข้อมูลมาประมวลผลเป็นเรื่องใหม่ๆ ทำให้เกิดรูปแบบอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ไร้คนขับ 5G และเครื่องใช้ในบ้านที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต นี่คือความเปลี่ยนแปลงของโลก

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสางานดิจิตอล แบงค์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในหัวข้อ Smart Economy, Smart City (2) ว่า เศรษฐกิจหล่อๆ แบบไหนที่เกี่ยวข้องกับโลกอนาคต อันดับแรกคือ นวัตกรรม ความสร้างสรรค์ ซึ่งหุ่นยนต์สู้ไม่ได้ นำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสมาร์ทเอสเอ็มอี สำหรับเชียงใหม่ที่เหมาะคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การพัฒนาเกม การ์ตูน การดีไซน์ เกิดการสร้างอาชีพ เกิดผลิตภัณฑ์ส่งออก ที่ผ่านมาเชียงใหม่ทำได้ดีในเรื่องเศรษฐกิจอีโคโนมี และอยากเห็นธุรกิจออนไลน์ฉพาะกลุ่มในเชียงใหม่ ปัจจุบันมีโลกใหม่ของการเขียนและอ่านนวนิยาย มีคนเข้าไปคลิก 1,000 ล้านครั้งต่อวัน มีคนอ่านร่วม 3 ล้านคน ทำให้คนเขียนมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือน เพราะคนอ่านต้องจ่าย 3 บาทต่อวัน นี่คือรูปแบบความคิดสร้างสรรค์บวกเทคโนโลยี
หากอยากประสบความสำเร็จต้องดันตัวเองไปอยู่ในโลกออนไลน์ให้ได้ ประโยชน์ของอีคอมเมิร์ทนำมาใช้ได้หลายอย่าง เช่น พฤติกรรมการซื้อ รูปแบบการซื้อ ชอบและไม่ชอบอะไร สินค้าที่ขายดูพฤติกรรมการบริการ สินค้าตัวไหนขายดีไม่ดี ที่อยู่ผู้ซื้อผู้ขายความเร็วในการส่งสินค้า ซึ่งปัจจุบันข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปเป็นนโยบายเศรษฐกิจบริหารประเทศของจีน อยากให้เชียงใหม่ลองทำอีคอมเมิร์ชตัวเองและพัฒนาตัวเองให้ได้เอง แต่ต้องแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุให้ได้ เพราะจะส่งผลต่อการดูแลในอนาคต เนื่องจากประชากรน้อยลง นวัตกรรมน้อยลง เก็บภาษีน้อยลง เกิดอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มาแทนแรงงาน จึงต้องนำเทคโนโลยีมาใช้งานให้มากขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือมีผู้สูงอายุมากสุด เชียงใหม่มี 3 แสนคน แต่ก็มีการออมสูงตามไปด้วย โอกาสตลาดผู้สูงอายุคือ สุขภาพ สัตว์เลี้ยง ชอบซื้อของชำ ข้อมูลอ่านง่าย ใช้ออนไลน์มากขึ้น ท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ สิ่งเหล่านี้ขายผู้สูงอายุได้ และสังคมไร้เงินสดยังไม่เต็มตัว แต่การใช้โมบายแบงก์กิ้งเริ่มเพิ่มขึ้น 40 ล้าน จาก 1.5 ล้านเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ลดต้นทุนให้ประเทศ เชื่อว่าคอรัปชั่นจะหายไปเพราะตรวจสอบได้ เกิเการเข้าถึงทางการเงินที่โปร่งใส ไทยแลนด์ 4.0 เกิดไม่ได้หากเราไม่คิดจะปรับและเปลี่ยน เรียนรู้การใช้เทคโนโลยี

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


