‘นารายา’ เผย ธุรกิจเวลานี้มีความเสี่ยง อย่าหวังแต่ตลาดจีน แนะหัตถกรรมอย่าทิ้งตลาดญี่ปุ่น

14.12.18 | 17:50 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่ห้องลานนา บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ‘เชียงใหม่ 2019 Smart Economy, Smart City ก้าวใหม่สู่อนาคตที่มั่นคง เพื่อระดมมุมมอง ความรู้ ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ จากกูรูทั้งภาครัฐ-ธุรกิจ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคง

นางวาสนา รุ่งแสนทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์อินเตอร์เทรด จำกัด (เจ้าของ-ผู้ก่อตั้งผลิตภัณฑ์นารายา) แบรนด์ทรงอิทธิพล 1 ใน 10 ของเอเชีย เผยว่า เคล็ดลับความสำเร็จอยู่ที่ ปัญหาก็คือปัญหา แต่ไม่ใช่อุปสรรค ขอเพียงมีสติคิดให้ดี ทุกปัญหามีทางออก และทุกวิกฤตมีโอกาส มีวิธีคิดใหม่ๆ จากช่วงต้นปีและเรือล่มที่ภูเก็ต นักท่องเที่ยวจีนหายไป แต่ตอนนี้เริ่มกลับมาแล้วแต่ยังไม่เท่าเดิม โดยดูตัวเลขการซื้อสินค้าของนารายาที่เชียงใหม่ ความสำเร็จของเราคือ ถูกที่ ถูกคน ถูกจังหวะ เทรนด์ลดโลกร้อนไม่ใช่หนังสัตว์ คนหันมาใช้ถุงผ้าซึ่งตรงกับเราพอดี จากทำเพื่อส่งออก เมื่อมีของเหลือก็นำมาขายในราคาจับต้องได้ ลูกค้าจำได้เพราะราคาเราไม่แพง แต่คุณภาพดี เพราะเราคุมทุกจุดในโรงงาน ลด 50 สตางค์เราก็ยังได้กำไร เพราะ 1 ปี เราผลิต 12 ล้านชิ้น ทุกวันนี้ขายแบรนด์นารายา ใครๆ ก็ทำเลียนแบบได้ แต่ลูกค้าซื้อเพราะคำว่า นารายา เราเก็บข้อมูลความต้องการจากการขายในทุกสาขา ดีไซน์สินค้าต้องใช้สอยได้จริง ทำเองขายเอง ไม่ซื้อไม่เลียนแบบจากที่ไหน

“ในช่วง 7-8 ปี ธุรกิจเปลี่ยนไป หากวันหนึ่งเขาไม่ซื้อ เราจะทำอย่างไร เลยขยายธุรกิจออกไป จากกระเป๋าผ้าคอตตอน ไปกระเป๋าผ้าไหม และล่าสุด Tea Room ที่ไอคอนสยาม และในเดือนมีนาคมจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวกับเจลล้างมือ อย่าทำอะไรเพลินๆ แม้ขายดี แต่ขอให้หยุดและมองไปรอบๆ ตัว เพื่อต่อยอด นี่คือคำสอนของสามีที่เป็นชาวกรีก หากนักท่องเที่ยวไม่มา เราก็ต้องออกไปหาเขา ปีหน้าเราขยายไปต่างประเทศ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ที่เป็นลูกค้าเดิม เพื่อหาลูกค้าเพิ่ม ทำออนไลน์แต่ต้องไม่ไปทำร้ายการขายหน้าร้านต้องบริหารจัดการให้ดี ในช่วง 25-30 ปี เราไม่เคยมีฝ่ายการตลาด แต่มาจากการขายสินค้าด้วยคำว่า นารายา”

นางวาสนากล่าวว่า สำหรับตลาดเชียงใหม่ 2 สาขา ที่เมญ่า ดีมาก และ one nimman รองลงมา ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินเข้ามาซื้อเองและมีกำลังซื้อ ในขณะที่กรุงเทพฯเป็นคนไทยมากกว่า ธุรกิจมีความเสี่ยงโดยเฉพาะในเวลานี้ แต่อย่าไปหวังตลาดจีน เราต้องมองสินค้าของเราก่อนว่าสินค้าเราเหมาะหรือไม่ งานหัตถกรรมของเชียงใหม่คนญี่ปุ่นชอบมาก อย่าทิ้งตลาดญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นชอบงานผ้า มองกลุ่มลูกค้าใหม่ทั้งเวียดนามและเมียนมาที่เริ่มเข้ามา

Advertisement

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน