หน้าแรก เศรษฐกิจ เรียกคืน &#82...

เรียกคืน ‘คลื่น700’ จับตา กสทช. จัดสรร-ผลักดัน ‘5จี’

15.12.18 | 08:16 น.

เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกประเทศจึงพยายามปรับเปลี่ยนไปสู่โลกเทคโนโลยีใหม่ให้ทันการณ์ เนื่องจากตระหนักดีว่า ประเทศไหนที่ปรับตัวช้าหรือไม่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีก็จะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ได้กำหนดให้คลื่นความถี่สำหรับ 5จี มี 3 กลุ่มคือ กลุ่มคลื่นความถี่ต่ำ กลุ่มคลื่นความถี่กลาง และกลุ่มคลื่นความถี่สูง โดยกลุ่มความถี่กลางและสูง จะนำมาให้บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานสูง ในขณะที่การให้บริการในวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ ต้องใช้งานคลื่นความถี่ต่ำ โดยไอทียูกำหนดให้คลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่หลัก คลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ จึงเป็นคลื่นความถี่สำคัญที่จะนำมาใช้ในกิจการ 5จี อย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึงทั้งประเทศ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งการนำเอาคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาจัดสรรใช้งาน เพื่อผลักดันการให้บริการ 5จี

ทั้งนี้ ประเทศไทยในปัจจุบัน ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทุกรายเป็นผู้ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อใช้ออกอากาศทีวีในระบบดิจิทัล ดังนั้นเพื่อให้สามารถนำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาจัดสรรใช้สำหรับเทคโนโลยี 5จี กสทช.จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรา 27(12/1) ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุทีวี และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) โดยการเรียกคืนคลื่นความถี่จากผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้ กสทช.ต้องกำหนดวิธีการทดแทน ชดใช้หรือจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ โดยให้คำนึงถึงสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ด้วย ดังนั้น กสทช.จึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาดำเนินการตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจ กสทช.

อย่างไรก็ตาม การเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ตามขั้นตอนปกติต้องรอการเรียกคืนคลื่นความถี่ให้ครบถ้วน ซึ่งต้องดำเนินการภายหลังปี 2563 และน่าจะจัดสรรคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ไปใช้งานได้อย่างเร็วในปี 2565 ซึ่งจะก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการขับเคลื่อน คณะอนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ จึงสร้างกระบวนการใหม่เพื่อให้สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ได้ภายในปี 2563 เร็วกว่าเดิมอย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ คลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ บางส่วน ยังสามารถนำไปใช้เพื่อให้บริการในกิจการ 5จี เมื่อมีการดำเนินการที่เหมาะสม ตามกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุทีวี และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) ซึ่งกำหนดการเรียกคืนคลื่นความถี่จากผู้ประกอบกิจการช่องทีวีดิจิทัล โดยกำหนดวิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ (ช่องทีวีดิจิทัล) รวมถึงการชดใช้ที่เหมาะสมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ (ผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล) ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวเป็นการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นดังกล่าวอยู่ และชดใช้ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบตามนัยยะที่กฎหมายกำหนด มิใช่การเยียวยาหรือช่วยเหลือกลุ่มทีวีแต่อย่างใด

Advertisement

ขณะที่กลุ่มช่องทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ จนสิ้นสุดใบอนุญาต อาทิ นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล, นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการ และอดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด, นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด และนายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ยื่นข้อเสนอต่อคณะอนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ โดยระบุว่า ให้มีการจ่ายค่าตอบแทนโดยการนำเงินส่วนหนึ่งจากการประมูลส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการทีวี และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) จำนวนเท่ากับที่ กสทช.ได้เคยนำเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัลส่งเป็นรายได้ของรัฐ

ด้านกลุ่มผู้ให้บริการโครงข่ายทีวี ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงคลื่นความถี่ ก็เสนอให้มีการชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนทางเทคนิคตามแผนคลื่นความถี่ใหม่ที่ กสทช.ปรับปรุง รวมถึงการชดใช้ค่าเสียโอกาสให้แก่บางรายที่ได้รับผล กระทบในการให้บริการด้วย

ในส่วนของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องนำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้งานก็ได้เสนอให้การประมูลคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ คำนึงถึงต้นทุนการให้บริการ ต้นทุนการประมูล และระยะเวลาการจ่ายงวดเงินการประมูลที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระจนเกินไป เนื่องจากถ้าผู้ประกอบกิจการนำเงินส่วนใหญ่มาจ่ายค่าประมูล ก็จะไม่มีเงินเพียงพอที่จะลงทุน ส่งผลในการให้บริการ 5จี

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า การสลับการใช้งานจากคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ปัจจุบันใช้ในกิจการทีวีดิจิทัล มาเป็นคลื่นความถี่ย่าน 470 เมกะเฮิรตซ์ ที่ปัจจุบันอยู่ในการครอบครองของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ต้องอาศัยเวลาในการเจรจาซักระยะหนึ่ง ขณะที่ในทางเทคนิค แต่ละช่องทีวีดิจิทัลที่ออกอากาศอยู่ จะต้องมีการปรับจูนคลื่นความถี่ลงมา ฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งก็ต้องอาศัยระยะเวลาช่วงหนึ่งเช่นกัน โดยมิใช่ว่า เมื่อคลื่นความถี่ย่านดังกล่าวว่างจากการใช้งานแล้ว จะสามารถดำเนินการย้ายได้ในทันที ดังนั้นจึงคาดว่าจะใช้เวลาในการสรุปขั้นตอนการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ อย่างน้อย 3 เดือน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเตรียมการจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อเตรียมการสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้า ได้แก่ 1.คณะทำงานจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.คณะทำงานพิจารณาการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเดือนมีนาคม 2562

กสทช.จะจัดประมูลคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ให้แก่ผู้ประกอบการโทรคมนาคม และสลับคลื่นความถี่ 470 เมกะเฮิรตซ์มาให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลใช้แทน โดยคลื่นความถี่ 700 ดังกล่าว ปัจจุบันมีอยู่จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ โดยจะแบ่งความถี่ออกเป็น 9 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ซึ่งจากการประเมินราคาคลื่นความถี่ 700 นั้น พบว่าราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท ทั้งนี้ หากผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ออกมาต้องพิจารณาว่าสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไม่ต้องชำระเงินค่าใบอนุญาตส่วนที่เหลืออีกราว 30% หรือมูลค่าประมาณ 10,000 กว่าล้านบาทได้หรือไม่ โดยจะนำเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์มาช่วยเหลือ

ด้าน นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เปิดเผยว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ กสทช.จะออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มทีวีดิจิทัลด้วยการสลับคลื่น นำคลื่นความถี่สำหรับกิจการทีวีดิจิทัล เปลี่ยนเป็นคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม แล้วนำเงินที่ได้รับจากการประมูลมาช่วยเหลือ เพราะต้องยอมรับว่า เดิมที่ กสทช.วางคลื่นความถี่ไว้สำหรับกิจการทีวีดิจิทัล มีจำนวนมากถึง 48 ช่อง โดยมีคลื่นความถี่ที่เว้นไว้ให้สำหรับการทำทีวีชุมชน ทีวีสาธารณะ แต่ที่สุดแล้วผู้ที่เคยแจ้งความจำนงไว้ อาทิ หน่วยงาน กรม หรือกระทรวงต่างๆ ว่า จะผลิตทีวีสาธารณะ ก็ขอยกเลิกแจ้งความจำนงไป

ขณะที่ปัจจุบันผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้จ่ายค่าใบอนุญาตไปแล้ว ประมาณ 70% เหลืออีก 30% รวมทั้งค่าโครงข่ายที่จ่ายมาตลอด 5 ปี และยังคงต้องจ่ายต่อไป โดยทั้ง 2 อย่างนี้ ที่ กสทช.นำเงินประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมมาช่วย ก็จะเป็นทางรอดของทีวีดิจิทัล ผู้ประกอบการก็จะได้นำเงินต้นทุนส่วนนี้มาพัฒนาเนื้อหาข่าว และรายการให้ดีขึ้น และไม่ต้องมีการปลดพนักงานอีกต่อไป

จากนี้ไปต้องจับตาการนำเอาคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ มาจัดสรรใช้งานเพื่อผลักดันการให้บริการ 5จี ในอนาคต

—-