นางสาวนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการประชุมสรุปผลการดำเนินงานมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 2 ในการอบรมคุณภาพพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้มีอาชีพและรายได้เพิ่มมี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานว่า มีการรายงานเกี่ยวกับการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพ จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสินว่ามีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมพัฒนาอาชีพกว่า 1.8 ล้านคน จากจำนวนผู้ที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการกว่า 4 ล้านคน
นางสาวนฤมลกล่าวว่า การฝึกอบรมพัฒนาอาชีพดังกล่าวทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.2 ล้านคน และมีรายได้เกินว่า 1 แสนบาทต่อปี พ้นเกณฑ์การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยประมาณ 3% หรือประมาณ 3-4 หมื่นคน ส่วนตัวเลขรายได้เกินกว่า 3 หมื่นบาทต่อปีเส้นความยากจน ขณะนี้มีเพียงของธนาคารออมสินมีจำนวนกว่า 4.5 แสนคน หรือประมาณ 50% ของจำนวนผู้เข้าร่วมอมรมพัฒนาอาชีพ 9 แสนคน สำหรับของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)อยู่ระหว่างการปรับปรุงตัวเลขใหม่ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) จะทำข่าวชี้แจงต่อไป
นางสาวนฤมลกล่าวว่า จากจำนวนที่แจ้งความประสงค์ 4 ล้านคน แต่สามารถฝึกอบรมไปได้เพียง 1.8 ล้านคน เนื่องจากเวลาในการดำเนินการจำกัด ซึ่งนายอภิศักดิ์มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการใช้งบประจำอบรมพัฒนาในกลุ่มที่เหลือต่อไป
นางสาวนฤมลกล่าวว่า นอกจากนี้นายอภิศักดิ์ฝากถึงการตรวจสอบกรณีผู้หญิงเจ้าของโรงน้ำแข็งใส่สร้อยทองคำโชว์บัตรสวัสดิการ โดยขอให้พิจารณาเรื่องการตัดสิทธิ์อย่างจริงจัง เพราะก่อนหน้านี้กรณีนายแบบโชว์บัตรสวัสดิการ แต่จากการตรวจสอบนายแบบดังกล่าวผ่านคุณสมบัติ เพราะเป็นข้อมูลการลงทะเบียนตั้งแต่ปี 2559 ดังนั้นในการลงทะเบียนรอบต่อไป คงต้องเข้มงวดคุณสมบัติของผู้ถือบัตรให้มากยิ่งขึ้น และอาจจะให้แสดงหลักฐานรายได้ เหมือนกับกรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีทุกปี

