นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) 3 ฉบับ ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เจดีดอทคอม(JD.com)และเจดี เซ็นทรัล ว่า ความร่วมมือครั้งนี้เพื่อเป็นการขยายความร่วมมือการนำสินค้าไทยค้าขายบนออนไลน์และเปิดตลาดค้าออนไลน์ในจีน ซึ่งปัจจุบันการค้าออนไลน์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดจีนประเมินว่าในปี 2563 การค้าออนไลน์จะเพิ่มขึ้น 12 ล้านล้านหยวน จากปัจจุบัน 9 ล้านล้านหยวนและเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของการค้ารวม สอดคล้องกับตลาดค้าออนไลน์กำลังขยายตัวในทุกประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เป็นสัดส่วนถึง 20% ของการค้ารวม เช่นเดียวกับไทย การค้าออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมทั้งผู้ซื้อสินค้าและขายสินค้า ก็อยากให้เจ้าของธุรกิจและสินค้าเร่งพัฒนาคุณภาพและหีบห่อให้ตรงกับความต้องการในตลาดต่างประเทศ
“ขณะนี้โลกของเราได้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไปสู่โลกยุคใหม่ที่เป็นโลกยุคดิจิทัลอย่างเต็ม รูปแบบ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ดังจะเห็นได้จากการที่ห้างค้าปลีกทั่วโลก ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หันมาทาการค้าในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อไลฟ์ สไตล์ผู้ซื้อในยุคดิจิทัลที่ต้องการได้รับการตอบสนองทันที และมีความคาดหวังต่อสินค้าและบริการที่ได้รับสูง ส่งผลการค้าในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(อีคอมเมิร์ซ)มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแนวโน้มทาง การค้าโลกที่สาคัญในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะมีการแพลตฟอร์มค้าขายบนออนไลน์กับทุกประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจและสินค้าไทยไปทั่วโลก คู่ขนานกับการส่งออกแบบเดิมที่ทำอยู่ ” นายสนธิรัตน์ กล่าว
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า จากการสารวจของeMarketer ระบุว่าปี2560 การค้าปลีกผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกมีมูลค่าถึง 2.304ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 24.8% และมีสัดส่วน 10.2% ของยอดค้าปลีกทั่วโลก การขยายตัวของการค้า อีคอมเมิร์ซแบบข้ามพรมแดนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อเมริกาเหนือ และยุโรปตะวันตกเป็นแรงขับเคลื่อน สาคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตของการค้าอีคอมเมิร์ซทั่วโลก และโตได้ไม่ต่ำกว่า10%ต่อปี
ในปี 2560 การค้าอีคอมเมิร์ซผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 40.3% จากปี 2559 โดยมีมูลค่า 1.357 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็น 58.9% ของยอดขายอีคอมเมิร์ซทั้งหมด ตลาดที่มีการค้าอีคอมเมิร์ซ ผ่านโทรศัพท์มือถือที่สาคัญ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ความนิยมในการซื้อสินค้า ออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ Mobile Payment กำลังเป็นการชาระเงินที่ทวีความสำคัญสาหรับการค้าออนไลน์
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของThaitrade.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พบว่าขยายตัวต่อเนื่อง ตอนนี้มีสมาชิกกว่า 1.97 แสนราย และช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสร้างยอดขายรวมกว่า 5,556 ล้านบาท ประเทศที่เป็นสมาชิกผู้ซื้อมากที่สุด คือ อินเดีย 12% รองลงไปคือ จีน 7% สหรัฐฯ 4% เวียดนาม 4%และ มาเลเซีย 3% โดยกระทรวงฯจะใช้เป็นจุดเชื่อมค้าระบบออนไลน์ทั่วโลก
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


