หน้าแรก เศรษฐกิจ สภาวัฒนธรรมไท...

สภาวัฒนธรรมไทย-จีน จับมือ ‘ซานตง’ เดินหน้าความร่วมมือทางทะเลเอเชียตะวันออก

17.12.18 | 17:46 น.

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่โรงแรมแชงกรี-ลา เขตบางรัก สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ นำโดย นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมฯ ต้อนรับคณะของ นายอวี กัวอัน รองผู้ว่าการมณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะผู้บริหารมณฑลซานตง ในโอกาสเยือนกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 16-19 ธันวาคม พร้อมเปิดเวทีความร่วมมือทางทะเลในแถบเอเชียตะวันออก และประชุมเจรจาความร่วมมือทางทะเล (Promotion Seminar for East Asia Marine Cooperation Platform & Matchmaking on Marine Copperation) เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การวางแผนงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะความร่วมมือทางทะเลในแถบเอเชียตะวันออก ซึ่งมีนักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานรัฐและเอกชน ตลอดจนภาคประมงน่านน้ำไทยเข้าร่วมงาน ทั้งนี้ในเวทีความร่วมมือยังมีการจับคู่เจรจาความร่วมมือในโครงการต่างๆ ระหว่างตัวแทนจากบริษัทจีนและไทยด้วย

นายอวี กล่าวว่า ไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในนโยบาย One Belt,One Road (OBOR) หรือเส้นทางสายไหมศตวรรษ 21 ของประธานาธิบดีจีน นายสี จิ้นผิง โดยจีนพยายามร่วมมือกับหลายหลากประเทศ เพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ในการประชุมสุดยอดอาเซียน 10+3 ที่มีจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น สนับสนุนความร่วมมือด้านการประมง เศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 รัฐบาลจีนได้กำหนดให้มณฑลซานตงเป็นเขตในการส่งเสริมความร่วมมือทางมหาสมุทร พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ตลอดจนที่ผ่านมา มณฑลซานตงยังได้จัดเวทีส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่องและมั่นใจว่าประสบความสำเร็จ

“สิ่งสำคัญ มณฑลซานตงได้ผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจในเมืองชิงต่าว เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เป็นผลสำเร็จ โดยมณฑลซานตงเป็นมณฑลชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศจีน ทิศเหนือติดกับเมืองและมณฑลเหอเป่ย ทิศตะวันตกติดกับมณฑลเหอเป่ยและมณฑลเหอหนาน ทิศใต้ติดกับมณฑลอันฮุยและมณฑลเจียงซู โดยมณฑลซานตงมีความยาวชายฝั่งคิดเป็น 1 ใน 6 ของความยาวชายฝั่งทั้งหมดของประเทศจีน ซึ่งมณฑลซานตงมีพื้นที่ทั้งหมด 156,700 ตารางกิโลเมตร มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจีนและเป็นมณฑลที่มีความเก่าแก่ มากด้วยวัฒนธรรม ซึ่งเป็นมณฑลเดียวที่มีการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีทางมหาสมุทร แม้ปัจจุบันจะเผชิญกับปัญหามากมาย แต่มณฑลซานตงพยายามผลักดันโครงการที่เกี่ยวข้องมากมาย เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางทะเลและด้านประมงร่วมกับประเทศต่างๆ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ปัจจุบันจีดีพีจีนอยู่ที่ 12.25 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ” นายอวี กล่าว

Advertisement

ด้านนายพินิจ กล่าวว่า ความร่วมมือทางทะเลในแถบเอเชียตะวันออก และการประชุมเจรจาความร่วมมือทางทะเล เกิดจากเวทีอาเซียน+3 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่ม 3 ประเทศ คือ จีน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออก ครอบคลุมถึงการลดปัญหาความขัดแย้ง การแย่งชิง และความต้องการเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติในเขตทะเลจีนใต้ ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาคลุกกรุ่น โดยเวทีความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้ทุกฝ่ายหันหน้าพูดคุยกัน เกิดความร่วมมือและยุติการอ้างกรรมสิทธิ์ บนหลักการในการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน โดยไม่มีประเทศใดถูกเอาเปรียบ

“โดยเฉพาะการทำให้เกิดการวิจัยเทคโนโลยีทางทะเล ด้านการประมง ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งวันนี้้ต้องยอมรับว่าปัญหาขยะพลาสติกนั้นทวีความรุนแรงขึ้น ลอยเกลื่อนทั่วทะเล ทั่วมหาสมุทร ดังนั้น การช่วยกันพัฒนาพืชพันธุ์ทางอาหารทะเลให้มั่นคง จึงเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะต่อไทยที่เป็นประเทศส่งออกอาหารทะเลและสัตว์น้ำเป็นอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันมาปลายปี” นายพินิจ กล่าว