นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเปิดงานสัมมนาเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ของประเทศไทยฉบับใหม่ ระหว่างปี 2561-2580 ว่าภายใต้แผนพีดีพีฉบับใหม่นี้ ประชาชนจะได้ใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยถูกลงกว่าแผนเดิม (2558-2579) โดยราคาค่าไฟฟ้าตลอดทั้งแผนจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.57 บาทต่อหน่วย จากเดิมอยู่ที่ราคา 5 บาทกว่าต่อหน่วย เนื่องจากมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ทั้งพลังงานทดแทน โรงไฟฟ้าก๊าซ ฟอสซิล รวมถึงมีการแข่งขันด้านราคาที่มีต้นทุนถูกลง โดยจะมีการเสนอแผนพีดีพีเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเดือนมกราคม 2562 และเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป หลังจากนั้นจะกลับมาปรับแก้ 4 แผนลูกภายใต้ พีดีพี ได้แก่ แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (แก๊สแพลน) แผนบริหารจัดการน้ำมัน (ออยล์แพลน) แผนอนุรักษ์พลังงาน (อีอีพี) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) และเตรียมเสนอที่ประชุม กพช.และ ครม.ตามลำดับ จากนั้นปลัดกระทรวงพลังงาน จะดำเนินการร่างแผนแม่บทปี 2562-2566 เพื่อให้สอดคล้องกับพีดีพี และเกิดความคล่องตัวในการจัดทำแผนเพื่อของบประมาณต่อไป
นายกุลิศกล่าวว่า นอกจากนี้ตามแผนพีดีพีใหม่คาดว่า ปี 2568 กำลังการผลิตไฟฟ้าจะพอดีกับความต้องการใช้ หลังจากนั้นกำลังการผลิตจะต่ำกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ พร้อมคาดว่าช่วงปลายแผนปี 2580 ความต้องการไฟฟ้าจะมากกว่า 5 หมื่นเมกะวัตต์ ดังนั้นจะต้องจัดสรรโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อเข้ามาในระบบ โดยจะต้องพิจารณาความสามารถการลงทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหลักก่อน และต้องไม่ ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้รัฐเข้ามาแข่งขันกับเอกชน
“ที่ผ่านมาปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น จากทุกภาคส่วนเพื่อนำมาปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใช้ไฟฟ้าปัจจุบัน อาทิ เพิ่มการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และคาดว่าตลอดทั้งแผนจะลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 4,000 เมกะวัตต์ และการจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าในแผนใหม่จะพิจารณาถึงความต้องการใช้เป็นรายภูมิภาค ที่จะทำให้แผนใหม่แตกต่างจากแผนพีดีพีฉบับเดิม” นายกุลิศกล่าว
นายกุลิศกล่าวว่า ในแผนพีดีพีฉบับใหม่ ยังต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เป็นหลักด้วย หากจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมในพื้นที่ต้องรอผลการพิจารณาจากคณะกรรมการประเมินสิ่งแวดล้อมด้านยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) โดยปลัดกระทรวงพลังงาน จะรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด เพื่อนำมาปรับปรุงร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ต่อไป

