นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในเรื่องหนี้ครัวเรือนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าหนี้ครัวเรือนของไทยยังไม่น่าเป็นห่วง ถ้าดูแนวโน้มย้อนหลัง 10 ปี ลดลงเรื่อยๆ โดยหนี้เคยสูงสุดในปี 2558 ในระดับ 80.9% ต่อพอมาปี 2561 ลดลงเหลือ 77.5% และแนวโน้มหนี้ครัวเรือนเป็นขาลง และเมื่อเทียบกับต่างประเทศไทยไม่ได้สูง เช่น ถ้าเทียบกับมาเลเซียมีระดับ 84% ยังสูงกว่าไทย และถ้าเปรียบเทียบกับประเทศเจริญแล้ว อ้างอิงเกณฑ์ของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) หนี้ครัวเรือนสูงคือระดับ 85% ฉะนั้นไทยมีระดับ 77.5% และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จึงยังไม่ใช่เรื่องกังวล
นายลวรณกล่าวว่า ในหนี้ครัวเรือนรวมหนี้เอสเอ็มอีกู้ในนามบุคคลธรรมดา เคยประเมินว่าในหนี้ครัวเรือนมีสัดส่วนหนี้เอสเอ็มอีประมาณ 17% และเป็นหนี้มีหลักประกัน เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถประมาณ 50% โดยยืนยันว่ามาตรการรัฐไม่ได้สนับสนุนให้เกิดหนี้ครัวเรือน นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำกัดวงเงินบัตรเครดิต และส่งสัญญาณเข้มงวดในการกู้เงินซื้อบ้าน
นายลวรณกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องหนี้สาธารณะยืนยันไม่ได้สูง โดยมีตัวติดตามดูแลตัวชี้วัด 4 ตัวคือ หนี้ต่อจีดีพีมีเกณฑ์สูงสุด 60% ล่าสุดอยู่ที่ 41.7% และทรงตัวในระดับ 41-42% มานาน ส่วนการวัดสัดส่วนหนี้รัฐบาลต่อประมาณการรายได้ กำหนดหนี้ต้องไม่เกิน 35% ของรายได้ ล่าสุดอยูที่ 19% สำหรับสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อเงินตราต่างประเทศกำหนดไว้ไม่เกิน 10% ล่าสุดอยู่ที่ 3.8% ด้านภาระหนี้ต่อรายได้สินค้าและบริการสัดส่วนต้องไม่เกิน 5% ล่าสุดอยู่ 0.22% ห่างไกลหนี้มาเขย่าขวัญไทย
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


