หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นวันนี้ปิด...

หุ้นวันนี้ปิดบวก 17.93 จุด แต่โบรกฯประเมินหุ้นไทยโค้งสุดท้ายยังอืด!

19.12.18 | 17:16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยภายหลังตลาดหุ้นเปิดทำการตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ ก่อนจะค่อยๆ ปรับขึ้นและกลับมาอยู่ในแดนบวก โดยดัชนีปิดตลดาที่ระดับ 1,601.12 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 17.93 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.13% โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,601.17 จุด ต่ำสุดที่ระดับ 1,578.64 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 45,167.91 ล้านบาท แบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 916.58 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 71.82 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 727.06 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 117.70 ล้านบาท

รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของปีดัชนีตลาดหุ้นยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ในกรอบ 1,557-1,653 จุด เนื่องจากประเมินว่าตลาดหุ้นยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามากดดัน อาทิ เรื่องตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ด้วยผลจากสงครามการค้า ประกอบกับการประชุมเอฟโอเอ็มซีระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคม ที่คาดการณ์ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยจะที่ระดับ 1.75% ส่งผลให้ต้นทุนการทำธุรกิจสูงขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจัยจากการเลือกตั้งที่มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น ส่งผลเชิงบวกต่อภาคการลงทุน

นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงแนะนำให้จับตาปัจจัยที่จะเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาดทุน โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ตอกย้ำถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะกดดันกำลังซื้อในประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดทางการจีน ประกาศตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกเดือนพฤศจิกายนที่ต่ำกว่าคาด ต่อเนื่องจากดัชนีผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ประกาศออกมาก่อนหน้า กดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่มีสัดส่วนการส่งออกไปยังจีนมาก และสร้างความกังวลต่อความต้องการใช้พลังงานที่น้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อ

ทั้งนี้ยังมีกรณีธนาคารของกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ เริ่มหันมาใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวมากขึ้น โดยล่าสุดธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศยกเลิกโครงการมาตรการคิวอีอย่างเป็นทางการ และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า และการปรับขึ้นดอกเบี้ยส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) มีทิศทางไหลออกจากตลาดสินทรัพย์เสี่ยง จากความกังวลผลจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจะกระทบต่อกำไรของหลายบริษัท และผลจากค่าเงินดอลลาร์ที่จะแข็งค่าขึ้นยังลดความน่าสนใจของตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ลง และยังคงต่อรอติดตามแถลงการณ์ที่จะออกมาอย่างไรก็ตาม จากปัจจัยดังกล่าวในข้างต้น

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

Advertisement

เพิ่มเพื่อน