นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอร์เรเตอร์) ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท ทรู คอร์ปเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู ได้เข้าหารือกับ สำนักงาน กสทช. เพื่อเสนอขอยุติการให้บริการโทรศัพท์ในระบบ 2G โดย สำนักงาน กสทช. จะนำเรื่องดังกล่าว เสนอเป็นวาระเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. อีกครั้ง
นายฐากร กล่าวว่า การยุติการให้บริการระบบ 2G เนื่องจากโอเปอร์เรเตอร์ได้เสนอความเห็นให้ยุติการให้บริการ ทั้งนี้ จากจำนวนหมายเลขในระบบ 2G ที่ใช้งานอยู่จริง (แอ็คทีฟ ยูสเซอร์) ปัจจุบัน มีเพียง 5.2 ล้านเลขหมาย โดยแบ่งเป็นลูกค้าในระบบ เอไอเอส ผ่านบริษัท แอดวานซ์ ไวรเลส เน็ทวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) จำนวน 2 ล้านเลขหมาย, ระบบ ทรู ผ่านบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทรูมูฟ เอช) จำนวน 1 ล้านเลขหมาย และระบบ ดีแทค ผ่าน บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) จำนวน 2.2 ล้านเลขหมาย จากจำนวนผู้ใช้บริการทุกระบบทั้งสิ้น 126 ล้านเลขหมาย โดยได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วว่า จะยุติการให้บริการ 2G ในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ซึ่งนับจากวันนี้จะเหลือเวลาดำเนินการ 10 เดือน ในการให้ กสทช. และโอเปอร์เรเตอร์ดำเนินการรณรงค์ ทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจถึงเหตุผลในการยุติระบบ 2G ดังกล่าว
“สัปดาห์หน้าจะเชิญโอเปอร์เรเตอร์มาหารือ เพื่อกำหนดแผนยุติการให้บริการ ประกอบด้วย การทำความเข้าใจกับผู้ใช้บริการเพื่อโอนย้ายลูกค้า, การยุติการนำเข้าอุปกรณ์ 2G และการส่งมอบอุปกรณ์ใหม่ให้ผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนระบบ ซึ่งจะมีการจูงใจประชาชนที่ยังใช้ระบบ 2G โดยการแจกโทรศัพท์เครื่องใหม่ โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่เครื่องละ 700 บาทโดยหลังจากได้ข้อสรุปจะนำแผนเสนอ ที่ประชุม กสทช. ภายในเดือนมกราคม 2562” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า สาเหตุที่กำหนดวันยุติระบบ 2G เป็นวันที่ 31 ตุลาคม 2562 นั้น เนื่องจาก สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดให้ไทยเข้าสู่ 5G ในเดือนตุลาคม 2563 ทั้งนี้ ยังเป็นช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นจะเข้าสู่การให้บริการ 5G เพื่อเตรียมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 จึงน่าจะเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม ประกอบกับในปี 2562 หลายประเทศจะยุติการให้บริการระบบ 2G โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน
“ปัจจัยในการยุติการให้บริการระบบ 2G เนื่องจากอัตราค่าบริการของระบบ 2G ที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 97 สตางค์ต่อนาที กอปรกับอุปกรณ์ 2G ส่วนใหญ่ได้เลิกผลิตไปแล้ว การบำรุงรักษาระบบจึงทำได้ยาก ขณะที่ อัตราค่าบริการของระบบ 3G และ 4G เฉลี่ยอยู่ที่ 60 สตางค์ต่อนาที ซึ่งหากประชาชนรับรู้ว่า ระบบ 2G ที่ใช้อยู่มีอัตราค่าบริการที่สูงกว่า 3G และ 4G เนื่องด้วยการบำรุงรักษาอุปกรณ์แพงกว่าทำให้เอกชนมีต้นทุนสูง จึงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนจะย้ายระบบมาสู่ระบบ 3G หรือ 4G” นายฐากร กล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


